Login | Register

 
หน้าหลัก โปรโมชั่น วิธีสั่งซื้อสินค้า แฟมิลี่คลับ สอบถามบริการ สมัครงาน เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
ค้นหา:  
 

คลิกที่รูปเพื่อขยาย
อ่านตัวอย่าง  
อำนาจ : ชุดผลงาน ประภัสสร เสวิกุล
ชุด :  -
ผู้แต่ง : ประภัสสร เสวิกุล
บรรณาธิการต้นฉบับ : -
ผู้แปล : -
ผู้วาดภาพประกอบ : -
ราคา :  295.00 บาท
กลุ่มอายุ :  18 ปีขึ้นไป (ผู้ใหญ่)
ประเภทหนังสือ :  บันเทิงคดี / นวนิยาย,เรื่องสั้น-บทกวีสำหรับผู้ใหญ่
หมวด :  นวนิยายชีวิต
ขนาด :  14.3 x 21 ซม
จำนวน : 488 หน้า
สต๊อกสินค้า :   (มี)
ข้อมูลเพิ่มเติม :   -  
เข้าชม : 967   

เมื่อวัยหนุ่ม ผมเคยมุ่งมาดปรารถนาอย่างเหลือเกินที่จะเห็นสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ ผมหมายมั่นที่จะเป็นผู้ชูคบเพลิงแห่งความหวัง และศรัทธาให้กับทุกคน กระเป๋าทุกใบของผมเต็มไปด้วยความฝันอันบรรเจิด แต่ครั้นพบถึงวันนี้ เมื่อพบล้วงมือเข้าไปในนั้นก็พบแต่ความว่างเปล่าและรูที่ขาดพรุน จนไม่กล้าพบที่จะยื่นมือเข้าไปในใบที่ยังเหลืออยู่...ประภัสสร เสวิกุล 

อำนาจเป็นนวนิยายทางการเมืองสอดแทรกด้วยเรื่องความรักโรแมนติก ฉากของมันเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกสมมติขึ้นมาในอเมริกาใต้ที่ชื่อ เอล เควญญา ซึ่งเราก็ทราบดีว่าประเทศในอเมริกาใต้ก็เหมือนกับประเทศด้อยพัฒนาโดยทั่วไปที่การปกครองมักเป็นเผด็จการทหารประสานผลประโยชน์กับพวกนายทุนใหญ่ และมีการแย่งชิงอำนาจในกลุ่มเดียวกันเองอยู่บ่อยครั้ง รัฐธรรมนูญช่างดูมีค่าไม่ต่างอะไรกับกระดาษชำระในห้องน้ำ สำหรับประเทศนี้มีข้อมูลที่ประภัสสรบรรยายแล้วทำให้นึกภาพของประเทศไทยออกมาจางๆ

เป็นประเทศยากจนที่เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ด้อยการศึกษาและเห็นว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของตน ตอนที่ผมเริ่มอ่านเข้าใจว่าต้องการจะเสียดสีการเมืองไทยในสมัยนั้นซึ่งถูกปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการที่มีทหารหนุนแต่อ่านๆ ไปเริ่มเห็นว่าประภัสสรใช้ข้อมูลจากประเทศในอเมริกาใต้จริง ๆเช่นเคยมีรัฐบาลที่หัวเอียงซ้าย ส่วนในประเทศไทยมีแต่ขวาศักดินานิยม ส่วนพวกซ้ายมีนักวิชาการ ปัญญาชนและพวกคอมมิวนิสต์ที่ปัจจุบันกลับใจมาเป็นพวกนักการเมืองและนักธุรกิจ

และผู้เขียนสามารถทำได้อย่างลุ่มลึกเพราะเขามีอาชีพเป็นนักการทูตที่มีความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการเมืองและรัฐศาสตร์ แม้ว่าในบางตอนของนวนิยายจะบรรยายทฤษฎีทางการเมืองและเศรษฐศาสตร์จึงดูเหมือนตำราเรียนสักหน่อย 

นวนิยายเปิดฉากก็คือประธานาธิบดีรามอนแห่งเอล เควญญา ได้เดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับอเมริกาแต่แล้วต้องลี้ภัยทางการเมืองโดยพลัน เพราะเกิดการรัฐประหารในบ้านเกิดตัวเอง (ช่างเหมือนทักษิณอะไรเช่นนี้) หัวหน้าของกลุ่มรัฐประหารคือพันโทโคลัมโบ โกเมซ นายทหารหนุ่มซึ่งมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นไม่เหมือนกับรสช.หรือคมช.เมืองไทย

ในขณะที่ประธานาธิบดีรามอนซึ่งเคยเป็นนายพลมาก่อนและได้ทำรัฐประหารโค่นประธานาธิบดีคนเก่าเพื่อจะมาเป็นผู้นำทางการเมืองที่ฉ้อฉลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเอล เควญญา ประภัสสรได้ดำเนินเรื่องเช่นเดียวกับเรื่องชั่วนิจนิรันดร นั้นคือให้มีตัวละครหลายคนซึ่งจะสามารถสะท้อนภาพของเหตุการณ์ทั้งหลายได้อย่างครอบคลุม

ไม่ว่า ผู้พันซีโร่ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายขบถที่ช่วยเหลือโกเมซอยู่ห่าง ๆ ดร.เฟอร์ดินาน ที่ปรึกษาของโกเมซ มาร์กาเร็ตต้า ราปาซเลขานุกาของดร.เฟอร์ดินาน รอสซิโน โซฟีนานักธุรกิจคนสำคัญของประเทศซึ่งเคยสานผลประโยชน์ร่วมกับนายพลรามอนและกลายเป็นศัตรูกับโกเมซเพราะผู้พันหนุ่มขอร้องกึ่งบังคับให้เขาทำธุรกิจแบบเสียสละเพื่อประเทศชาติ

ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เป็นอันขาดคือสาวไทยที่ชื่อชลาลัย แสงตะวันซึ่งทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ยังเป็นตัวเดินเรื่องที่สำคัญคนหนึ่งเพราะเธอรู้จักกับรอสซิโนเป็นอย่างดีและยังได้สนิทสนมกับโกเมซในภายหลัง นวนิยายยังพยายามสะท้อนมุมมองของคนระดับรากหญ้าอยู่บ้างผ่านสายตาของเด็กยากจนที่ขายยาเสพติดให้กับรอสซิโนซึ่งกำลังกลัดกลุ้มกับชีวิตตกอับของตน

หรือคนใช้ของรอสซิโนที่จงรักภักดีต่อเขาชนิดตายแทนกันได้ ในทางกลับกันนวนิยายทะยานขึ้นนำถึงคนระดับประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี รวมไปถึงรัฐมนตรีของสหรัฐฯ ว่าคนเหล่านั้นมองการเปลี่ยนแปลงในเอล เควญญาอย่างไรในช่วงที่สงครามเย็นที่ยังคุกรุ่นอยู่ในเวลานี้ นัยว่าประภัสสรได้ใช้ความรู้จากวิชาชีพของตนมาประสานเข้ากับนวนิยายได้อย่างดี น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ใช้ประเทศชิลีในปี ค.ศ.1973 เป็นข้อมูลของเรื่องด้วย มิเช่นนั้นแล้วจะมีซีไอเอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่

มีคนบอกว่าทำรัฐประหารนั้นง่ายแต่จะจัดการกับประเทศหลังรัฐประหารอย่างไรน่ะมันยาก โกเมซเข้าใจในสัจธรรมในแง่นี้ดี หลังจากเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแล้ว เขาพยายามใช้อำนาจเชิงเผด็จการในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไปในเชิงสังคมนิยม มีความพยายามจะปฏิรูประบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ

แต่ก็ถูกแรงต้านจากรอบข้าง นอกจากนี้เพื่อนที่เคยร่วมทำรัฐประหารก็พยายามแย่งอำนาจจากเขาจนเกือบจะเกิดสงครามกลางเมือง ในที่สุดประชาชนก็เปลี่ยนจากความชื่นชมในตัวโกเมซมาประท้วงกันครั้งใหญ่เพราะเห็นว่ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาด แม้ว่าผู้พันโกเมซจะพยายามยื้อเล่นเกมของอำนาจไปสักเท่าไร ในตอนท้าย เอล เควญญาก็ได้กลับไปสู่กงล้อปีศาจอีกครั้งนั้นคือการทำรัฐประหารแย่งชิงอำนาจกันในหมู่ชนชั้นปกครองซ้ำแล้วซ้ำเล่าปล่อยให้ประชาชนตาดำ ๆ ต้องเดือดร้อนแสนสาหัสต่อไป 

จุดเด่นในนวนิยายเรื่อง อำนาจ ที่ผมชอบ ก็คือประภัสสรไม่พยายามจะยัดเหยียดให้ใครเป็นผู้ร้ายมากเกินไป เขาได้สะท้อนให้เห็นความในใจและปมประวัติของตัวละครแต่ละคนแม้แต่นายพลรามอนและรอสซิโนที่ฉ้อฉล ทำให้เราเห็นว่าท่ามกลางความเลวนั้น พวกเขาก็ยังมีเลือดเนื้อ ความต้องการ เช่นเดียวกับความละเอียดอ่อนทางจิตใจเหมือนคนทั่วไป

ในทางกลับกันพันโทโกเมซซึ่งจัดได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องก็มีความโหดเหี้ยมเช่นสั่งประหารชีวิตคนใช้ของรอสซิโนซึ่งเป็นคนบริสุทธิ์แถมตอนท้ายยังหวงแหนในเก้าอี้ประธานาธิบดีของตน นอกจากนี้ตัวละครทั้งหลายยังดูอ่อนโยนยิ่งขึ้นจากเรื่องราวความรักของพวกเขาไม่ว่า โกเมซซึ่งแอบหลงรักอิสซาเบลลาลูกสาวของรามอน

เมื่อครั้งยังเป็นนายทหารประจำตัวของรามอน ซีโร่ได้มาร์กาเร็ตต้าเป็นยารักษาแผลใจจากความปวดร้าวที่คู่รักคนเก่าได้เสียชีวิตไป หรือชลาลัยซึ่งปฏิเสธความรักจากคาร์ลเพื่อนนักข่าวชาวเยอรมันและไปเกิดความรู้สึกผูกพันกับโกเมซในตอนท้ายของเรื่อง

แต่จุดด้อยที่ดูเหมือนจะหลีกไม่พ้นสำหรับการเขียนรูปแบบนี้ก็คือคือประภัสสรพยายามนำเสนอตัวละครมากจนเกินไปจนผู้อ่านรู้สึกหลงทิศทางไปบ้างแม้แต่ละบทของเขาจะมีอยู่สั้นๆ ไม่กี่หน้า ผู้อ่านอาจจะไม่ผูกพันกับตัวละครบางตัวมากนักทั้งที่ตัวละครตัวนั้นน่าจะมีบทบาทมากกว่านี้

และผู้อ่านอาจรู้สึกว่าประภัสสรจะพยายามบรรจุข้อมูลหลายอย่างเข้าไปมากจนเกินไป แต่ขอชมว่าในที่สุดเขาก็สามารถดำเนินเรื่องให้จบลงได้อย่างน่าประทับใจและน่าสะเทือนใจเฉกเช่นเรื่องจูเลียส ซีซาร์ก็ไม่ปาน 

บทความจาก : http://www.psevikul.com/

 

อ่านตัวอย่าง : อ่านตัวอย่าง
*เครื่องของคุณต้องมีโปรแกรมอ่านไฟล์ pdf หากไม่มีคลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดไปติดตั้งฟรี..

ส่งต่อเรื่องนี้ให้เพื่อน คลิกที่นี่เลย..!! >>

คุณอาจจะชอบเล่มนี้ด้วย

 
แบ่งปันหนังสือดีผ่าน