![]() |
|
การเสนอต้นฉบับงานเขียนให้สำนักพิมพ์ |
| การเสนอต้นฉบับงานเขียนให้สำนักพิมพ์ เริ่มต้นเขียน ก่อนอื่น คุณควรมีต้นฉบับ เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ค่อยหาสำนักพิมพ์ก็ยังไม่สาย ถ้าสำนักพิมพ์นี้ปฏิเสธ คุณก็ยังเอาไปส่งที่อื่นได้ งานที่คุณเขียนออกมาแล้ว ไม่มีทางสูญเปล่า ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเริ่มเขียน โปรดจำไว้ว่า สำนักพิมพ์ไม่สามารถตัดสินใจได้จากแค่โครงเรื่อง หรือเรื่องย่อของคุณ ไม่ว่ายังไงก็ต้องขออ่านเรื่อง 1.ในขั้นเริ่มต้น ควรเขียนทุกสิ่งที่คุณอยากเขียน ตามใจฝันของคุณ 2.อย่าหยุดอยู่ที่เรื่องเดียว เขียนเรื่อยๆ เพื่อฝึกฝีมือ อย่ากังวลอยู่กับการได้ตีพิมพ์หรือไม่ได้ 3.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนให้ดี ให้เรื่องมีความสมจริง อย่าเขียนแบบนั่งเทียน หรืออาศัยแต่จินตนาการ 4.ศึกษากลุ่มผู้อ่านของคุณ เขียนหนังสือให้เหมาะกับเขา อย่าให้มั่วจนไม่รู้ว่าใครจะอ่านกันแน่ • เด็กเล็ก • เด็กโต • ผู้หญิง -------- แต่ละแนว • ผู้ชาย --------- แต่ละแนว 5.ศึกษาตลาด • ดูว่าคนอื่นเขาเขียนกันยังไง • ดูว่าเรื่องในแนวของคุณมีคนเขียนเยอะหรือไม่ • ดูว่าเรื่องในแนวของคุณมีคนอ่านเยอะหรือไม่ • ดูว่ามีสำนักพิมพ์ไหนบ้างที่พิมพ์เรื่องแนวของคุณ 6.นำข้อมูลมาพิจารณาว่าคุณจะแทรกเข้าไปในส่วนไหนในตลาดได้ นั่นหมายถึงว่า • เรื่องของคุณต้องมีจุดขาย (สนุกมาก, มีเนื้อหาแปลก, จับประเด็นที่คนกำลังสนใจ, ตัวนักเขียนน่าสนใจ ฯลฯ) • เรื่องของคุณต้องมีความแตกต่างจากหนังสือแนวเดียวกัน 7.เขียนเสร็จแล้ว ลองให้คนอื่นอ่านด้วย • พยายามหาคนที่เป็น Target Group ของหนังสือคุณ • หาคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ คนที่จะพูดกับคุณตรงๆ โดยไม่มีอคติ • ลองให้อ่านหลายๆ คน มองหา-ติดต่อสำนักพิมพ์ 1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ดูว่าต้นฉบับของคุณเหมาะกับสำนักพิมพ์ไหน เลือกดูสำนักพิมพ์ที่เคยพิมพ์แนวนี้ • ดูจากหนังสือในร้าน หรือในร้านหนังสือออนไลน์ • ดูจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์โดยตรง • ติดต่อไปที่สำนักพิมพ์แบบสุ่มๆ เลย ถามเขาว่าสนใจหนังสือแนวของคุณหรือไม่ 2.เลือกสำนักพิมพ์ที่คิดว่าถูกจริตกับคุณ ที่จะทำงานร่วมกันได้ มีภาพลักษณ์ใกล้เคียงกัน มองเห็นภาพอนาคตร่วมกัน 3.เมื่อเลือกสำนักพิมพ์ได้แล้ว หาวิธีติดต่อ เพื่อขอส่งต้นฉบับไปให้ • ที่อยู่-เบอร์โทรของสำนักพิมพ์ มักจะมีอยู่ในหนังสือทุกเล่ม ให้ดูตรงส่วนที่เขียนว่า “ผู้จัดพิมพ์” • ค้นหาที่อยู่-เบอร์โทร-เว็บไซต์ ของสำนักพิมพ์จาก google • ในเว็บไซต์ของบางสำนักพิมพ์ จะมีบอกวิธีส่งต้นฉบับให้พิจารณา ให้ทำตามนั้นได้เลย • เพื่อความมั่นใจ ควรถามสำนักพิมพ์ก่อน ว่าจะให้คุณส่งต้นฉบับไปด้วยวิธีใด และส่งถึงใคร 4.การโทรหาสำนักพิมพ์ • โทรไปขอพูดกับ “บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)” หรือ “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ” • ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อบรรณาธิการ บางครั้งบ.ก.คนที่มีชื่ออยู่ในหนังสือ อาจเปลี่ยนไปทำหนังสือแนวอื่นแล้ว หรืออาจลาออกแล้วก็ได้ แต่ตำแหน่งของเขายังคงอยู่เสมอ • อย่า โทรไปฝ่ายบุคคลของบริษัท • อย่า เสนอเรื่องกับโอเปอเรเตอร์หรือคนที่รับโทรศัพท์โดยตรง เพราะเขาอาจไม่รู้เรื่อง แล้วก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้คุณพลาดโอกาสในการได้คุยกับ บ.ก. • อย่า โทรไปตอนเที่ยง หรือก่อน 8.00 น. หรือหลัง 17.00 น. หรือเสาร์อาทิตย์ • ไม่ควร โทรไปช่วงใกล้งานหนังสือ หรือระหว่างงานหนังสือ เพราะจะเป็นช่วงที่สำนักพิมพ์ยุ่งมาก 5.ส่งอีเมลถึงสำนักพิมพ์ • ส่วนใหญ่ email address ที่สำนักพิมพ์บอกไว้ มักจะเป็นของส่วนกลาง ดังนั้น คุณต้องระบุสิ่งต่อไปนี้ให้ชัดเจนในอีเมลของคุณ อีเมลนี้เป็นเรื่องอะไร (ส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา หรือ สอบถามเรื่องการส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา ก็ได้) ส่งถึงใคร (“บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)” หรือ “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ”) ผู้ส่งคือใคร (ลงชื่อ+เบอร์ติดต่อกลับเสมอ) • เขียนอีเมลให้ชัดเจน เข้าใจง่าย สร้างความประทับใจแรกให้บ.ก. • บางสำนักพิมพ์จะรับต้นฉบับพิจารณาทางอีเมลเลย แต่บางสำนักพิมพ์จะไม่รับ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน 6.หากไม่สะดวกจะโทรหรือส่งอีเมลไป ก็ส่งต้นฉบับไปทางไปรษณีย์ได้เลย • จ่าหน้าซองถึง “บรรณาธิการบริหาร” หรือ “บรรณาธิการผู้ดูแลหนังสือแนว...(แนวที่คุณเขียน)” หรือ “ฝ่ายพิจารณาต้นฉบับ” พร้อมวงเล็บระบุว่า “ส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณา” • ควรมีจดหมายนำสั้นๆ ปะหน้าไปด้วย 7.การเดินเข้าไปส่งต้นฉบับเองเลย สามารถทำได้ แต่หากคุณต้องการพบบ.ก.ด้วย ควรโทรนัดก่อน 8.ต้นฉบับหนึ่งเรื่อง ควรส่งครั้งละสำนักพิมพ์ อย่าส่งหว่าน เตรียมต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์ 1.ควรพิมพ์ต้นฉบับ อย่าเขียน และควรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้ว สำนักพิมพ์ต้องใช้ไฟล์ในการทำงาน 2.ควรทำเป็นต้นฉบับกระดาษเตรียมไว้เสมอ แม้ว่าบางสำนักพิมพ์จะรับพิจารณาต้นฉบับที่เป็นไฟล์ก็ตาม และหากสำนักพิมพ์ไม่ขอ ก็ไม่ควรส่งไฟล์งานไปให้ 3.ทำสำเนาต้นฉบับไว้เสมอ อย่าคิดจะขอต้นฉบับคืนจากสำนักพิมพ์ 4.พิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่พอประมาณ เลือกฟอนต์ให้อ่านง่าย อย่าพิมพ์ตัวหนังสือเล็กไปหรือใหญ่ไป เพราะจะทำให้สำนักพิมพ์คำนวณไม่ถูก ว่าต้นฉบับของคุณจะทำออกมาเป็นหนังสือได้กี่หน้า 5.ไม่จำเป็นต้องจัดหน้าให้อลังการ ควรเน้นให้อ่านง่ายสบายตา แบ่งฉาก แบ่งย่อหน้าให้เห็นชัดเจน อย่าเขียนหนังสือโดยไม่มีย่อหน้า 6.หากมีความสามารถและทุนทรัพย์เพียงพอ คุณจะจัดทำต้นฉบับให้สวยงามเพียงใดก็ได้ตามสะดวก แต่ความสวยงามของต้นฉบับ ไม่ใช่สิ่งที่สำนักพิมพ์ใช้พิจารณา • ไม่จำเป็นต้องทำรูปเล่มให้เหมือนหนังสือจริง แต่ควรเย็บเล่มเข้าปกให้เรียบร้อย • สำหรับนวนิยาย หรือวรรณกรรมเยาวชน ไม่จำเป็นต้องใส่ภาพประกอบ หรือออกแบบปกไปให้ เพราะเวลาทำงานจริง สำนักพิมพ์จะดูแลเรื่องเหล่านี้เอง (ยกเว้นคุณจะทำภาพประกอบได้สวยมาก ก็ใส่ไปให้สำนักพิมพ์ดูด้วย) • หากเป็นนิทานภาพ การ์ตูน หรือหนังสืออื่นที่คุณอยากให้มีรูปเล่มแบบพิเศษ ก็ให้ทำ mock up ไปด้วย (รูปเล่มเสมือนจริง) 7.ควรแนบสิ่งเหล่านี้ไปกับต้นฉบับด้วย • ประวัติของคุณ อย่าอายที่จะโฆษณาตัวเอง บอกถึงผลงานที่เคยทำ เคยเขียน โดยเฉพาะเรื่องที่เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ อื่นมาแล้ว • บอกนามปากกา ชื่อจริง ที่อยู่ส่งเอกสาร เบอร์โทร เบอร์อีเมล • ข้อมูลคร่าวๆ ของต้นฉบับ บอกจุดเด่น จุดขาย กลุ่มผู้อ่าน แนวหนังสือ เรื่องย่อ ฯลฯ เกณฑ์การพิจารณาของนานมีบุ๊คส์ 1.รับพิจารณาต้นฉบับหนังสือหลากหลายแนว เช่น • นิทาน-หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย • วรรณกรรมเยาวชนทุกแนว • นวนิยายผู้ใหญ่ทุกแนว (นวนิยายรัก, นวนิยายชีวิต, นวนิยายสืบสวนสอบสวน, นวนิยายอิงประวัติศาสตร์) • รวมเรื่องสั้น • สารคดีสำหรับเยาวชนทุกแนว • สารคดีผู้ใหญ่ทุกแนว 2.นิทาน การ์ตูน สามารถส่งแต่เนื้อเรื่อง สำนักพิมพ์จะจัดหาผู้วาดภาพประกอบให้เองหากตกลงทำจริง 3.จำนวนหน้าของต้นฉบับ ไม่ใช่สิ่งที่สำนักพิมพ์ใช้พิจารณาเป็นหลัก ผู้เขียนควรดูตามความเหมาะสม ว่าเนื้อหาของเรื่องควรยาวเท่าใด 4.นวนิยาย-วรรณกรรมเยาวชน แบบไหนที่สำนักพิมพ์จะสนใจ • เรื่องที่อ่านสนุก วางไม่ลง น่าติดตามตลอดทั้งเล่ม • มีเนื้อหาแปลกใหม่ น่าสนใจ แตกต่างจากเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด • ไม่ใช่เรื่องที่ลอกเลียน ดัดแปลง หรือมีเนื้อหาใกล้เคียงกับเรื่องของคนอื่นมาก • เจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มองเห็นได้ง่ายว่าจะขายให้ใครอ่าน • เขียนด้วยภาษาที่สละสลวย อ่านสบาย ไม่ติดขัด • เป็นงานเขียนที่มีคุณค่าทางวรรณกรรม จรรโลงใจผู้อ่าน ไม่ทำร้ายสังคม • เป็นเรื่องที่เห็นแนวโน้มว่าจะพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ 5.เรื่องที่จะไม่ผ่านการพิจารณา • เรื่องที่ลอกเลียน หรือดัดแปลง หรือแปลมา • เรื่องที่ไม่สนุก ไม่สมจริง • อ่านไม่รู้เรื่อง ภาษาไทยแย่มาก • เรื่องที่ไม่รู้จะให้ใครอ่าน มีเนื้อเรื่องและภาษาที่ไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย • มีเนื้อหาซ้ำซาก ไม่ต่างจากของคนอื่น มองไม่เห็นโอกาสที่จะโดนใจลูกค้า • เรื่องที่เฉพาะกลุ่มเกินไป เช่น มีแต่คนเขียนและครอบครัวเท่านั้นที่จะอ่านสนุก • เรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว หรือมีเนื้อหาล้าสมัยได้ง่าย • เรื่องที่สุดจะเยียวยา เกินความสามารถของบ.ก.จะช่วยเหลือได้ 6.ระยะเวลาในการพิจารณา: ประมาณ 2-6 เดือน 7.รับพิจารณาต้นฉบับทางไปรษณีย์เท่านั้น ไม่รับพิจารณาต้นฉบับทางอีเมล์ แฟกซ์ หรือสื่ออื่นๆ โดยส่งต้นฉบับไปที่ ฝ่ายลิขสิทธิ์ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด เลขที่ 11 ซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 วงเล็บมุมซองว่า ( ส่งผลงานให้พิจารณา) 8.เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว จะแจ้งผลกลับทางโทรศัพท์ ดังนั้นโปรดระบุหมายเลขและชื่อผู้ติดต่อมาให้ชัดเจน 9.สำนักพิมพ์จะไม่ส่งต้นฉบับคืนให้แก่นักเขียน ดังนั้น กรุณาส่งสำเนามาเสมอ เมื่อต้นฉบับผ่านการพิจารณาแล้ว สำนักพิมพ์จะเริ่มคุยเรื่องต่อไปนี้ • ค่าลิขสิทธิ์ •สัญญาลิขสิทธิ์ •กำหนดออกหนังสือ •รูปแบบหนังสือ •การตรวจแก้ต้นฉบับ •จัดทำรูปเล่ม •ออกแบบปก •ตั้งชื่อ •ขั้นตอนการทำหนังสือ •แผนการตลาด •การขาย •การประชาสัมพันธ์ •กิจกรรมส่งเสริมการขาย ข้อแนะนำจาก บ.ก. - ตั้งใจทำงานเขียนของคุณให้ดีที่สุด นั่นคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของนักเขียน - นำเสนอตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้สำนักพิมพ์สนใจ - ต้องมีเรื่องให้สำนักพิมพ์อ่าน ไม่ใช่มีแค่ชื่อเรื่องหรือพล็อตเรื่อง อย่ากลัวสำนักพิมพ์จะลอกไอเดียคุณ - ก่อนจะเริ่มเขียน หรือก่อนจะขายต้นฉบับได้ อย่ากังวลเรื่องต่อไปนี้ o ความยาวของหนังสือ (ไม่ต้องถามสำนักพิมพ์ว่าควรเขียนกี่หน้า เพราะคนที่ควรรู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือนักเขียน) o รูปเล่ม รูปประกอบ หน้าปก o ค่าลิขสิทธิ์ o การขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ o การเดินสาย book tour หรือทำสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ - เปิดใจรับฟังความเห็นของคนอ่านและสำนักพิมพ์ - นำคำแนะนำที่ได้รับไปปรับปรุงงานของตัวเอง - อย่ารอให้ต้นฉบับเรื่องแรกได้ตีพิมพ์ แล้วค่อยเขียนเรื่องที่สอง เพราะคุณอาจไม่มีวันได้เขียนอีกเลย - อย่าเสียดายต้นฉบับ ถ้าบ.ก.บอกว่าต้องแก้ไขหรือรื้อทิ้ง ก็ควรจะทำ หรือเก็บเรื่องนี้ไปก่อน แล้วเขียนเรื่องใหม่แทน - ลองเปลี่ยนแนวเรื่องที่เขียน บางทีคุณอาจจะเขียนเรื่องแนวอื่นได้ดีกว่าแนวนี้ ฟังคำแนะนำจากคนอ่านประกอบการตัดสินใจ |
ส่งต่อเรื่องนี้ให้เพื่อน คลิกที่นี่เลย..!! >>
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|