ไปยังหน้า:
ค้นหา:  
 
 


แบ่งปันเรื่องนี้บน facebook และ twitter ของเพื่อน ๆ ได้แล้วนะคะ.. คลิกเลย >> แบ่งปัน   Share on Twitter
QR Code ของหน้านี้

มาดูมหัศจรรย์สิ่งก่อสร้างในทวีปเอเชียกัน
 

ในทวีปเอเชียของเราก็มีมหัศจรรย์สิ่งก่อสร้างเหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง และอยู่ที่ไหนก็ดูได้จากข้างล่างนะคะ


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:35:07 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 1
 

ชื่อสถานที่ ปราสาทหินนครวัด
: Angkor
สถานที่ตั้ง เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้

ปราสาทหินนครวัด เป็นสถาปัตยกรรมที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก สร้างโดยพระราชาธิราชแห่งพวกขอมซึ่งปกครองดินแดนของกัมพูชา ประมาณสิพ.ศ. 1690 (ค.ศ. 1147)ทเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

ตัวปราสาทสร้างด้วยหินศิลาแลง นี้กว้างด้านละ 5 เส้น หรือ 200 เมตร แบ่งเป็นเป็น 3 ตอน รอบ ๆ ปราสาทมีคู ทางเข้าปราสาท ด้านหน้าปูด้วยหินศิลาแลงขนาดใหญ่มีราวกำแพงสลักเป็นพญานาค ซุ้มประตูสร้างเป็น พระปรางค์ 3 ยอด ผ่านประตูเข้าไปข้างในถึงตอนกลางเป็นปราสาทก่อเป็นพระปรางค์มี 5 ยอด มีภาพแกะสลักวิจิตรงดงามลงในเนื้อหินประดับประดาอยู่แทบทั้งหมด เป็นภาพนูนแสดงถึงพุทธประวัติ ประวัติการทำสงคราม ตอนบนของยอดปราสาทมักสลักเป็นรูปพรหมสี่หน้า เป็นสถาปัตยกรรมก่อสร้างที่งดงามมั่นคงธิซึ่งแสดงว่าครั้งหนึ่ง ขอมเคยเจริญรุ่งเรืองมาแล้วในสมัยโบราณ

ปราสาทนี้ปล่อยทิ้งร้างไว้เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง จนกลายเป็นป่าทึบชัมีต้นไม้ปกคลุมโดยทั่วไปทำให้ปรักหักพังลงมากยเพิ่งได้รับการบำรุงซ่อมแซมบูรณะให้คืนสู่สภาพเดิมเมื่อต้นคริสตศตวรรษที่ 19


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:39:08 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 2
 

ชื่อสถานที่ บุโรพุทโธ : Borobudur Temple
สถานที่ตั้ง บนเนินสูงของเกาะชวาภาคกลาง ประเทศอินโดนีเซีย
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
บุโรพุทโธ ( Borobudur ) พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8-9 โดยกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร ตั้งอยู่บนเนินสูงของเกาะชวาภาคกลาง ห่างจากเมืองยอกยากาตาร์ ( Yogyakata ) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ถือเป็นโบราณสถาานขนาดใหญ่ และเป็นศูนย์รวมแห่งความภาคภูมิใจของชาวอินโดนิเซีย และชาวพุทธทุกคน ซึ่งหวังจะไปแสวงบุญสักครั้งหนึ่งในชีวิต
เจดีย์บุโรพุทโธรูปทรงดอกบัวนี้ก่อสร้างตามแบบศิลปะฮินดู-ชวา หรือศิลปะชวาภาคกลางที่ผสมผสาานระหว่างอินเดียและอินโดนีเซียได้อย่างกลมกลืนที่สุด บุโรพุทโธเปรียบเป็นศูนย์กลางของจักรวาลซึ่งแบ่งเป็น 3 ชั้น
ส่วนฐานของเจดีย์ประกอบด้วยขั้นบันไดใหญ่ 4 ขั้น รอบ ๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงรอบฐานมีภาพนูนตำไม่น้อยกว่า 160 ภาพส่วนนี้อยู่ในขั้นกามาธาตุ หรือขั้นตอนที่มนุษย์ยังผูกพันอย่างใกล้ชิดกับความสุขความร่ำรวยทางโลก
ส่วนที่สอง คือส่วนบนของฐานที่มีบันไดรูปกลม ฐาน 6 ชั้นที่มีรูปสลักนูนต่ำเกือบ 1,400 ภาพที่แสดงพุทธประวัติ ถือเป็นขั้นรูป ธาตุ คือขั้นตอนที่มนุษย์หลุดพ้นจากกิเลสทางโลกมาได้บางส่วน
ส่วนที่สามคือส่วนของฐานกลมที่มีเจดีย์เล็ก ๆ 3 ขั้นล้อมรอบสถูปองค์ใหญ่ทึ่สุดที่หมายถึงจักรวาล คือขั้นอรูปธาตุ ที่มนุษย์ไม่ผูกพันกับทางโลกอีกต่อไป ปัจจุบันบุโรพุทโธจัดเป็นมรดกของยูเนสโกที่มีความลี้ลับมหัศจรรย์ทั้งทางด้านการก่อสร้างสถาปัตยกรรมรูปทรงภายนอก และมหัศจรรย์ในด้านสัญลักษณ์และความหมายที่รอให้มนุษย์ได้ศึกษาตีความกันต่อไป


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:44:08 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 3
 

ชื่อสถานที่ เจดีย์ชเวดากอง : Shwedagon Pagoda
สถานที่ตั้ง ประเทศพม่า
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
"ชเว" คือ ทอง ส่วน "ดากอง" คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง สมัยที่พระเจ้าอลองพญาสถาปนาเมืองเล็กริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2298 กล่าวกันว่า "ทอง" แห่งมหาเจดีย์มหาศาลกว่าทองในธนาคารแห่งอังกฤษ ซึ่งน้อยคนปฏิเสธความเป็นไปได้ ประวัติความเป็นมาของมหาเจดีย์องค์สำคัญนี้ ที่มีผู้ค้นคว้าและบันทึกไว้อย่างน่าอ่านก็คือ ข้อมูลจากหนังสือ "พม่า" ในชุด "หน้าต่างสู่โลกกว้าง"
ตามตำนานกว่า 2,500 ปี ของเจดีย์แห่งนี้กล่าวไว้ว่าเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุทั้งแปดเส้นของพระพุทธเจ้า และพระบริโภคเจดีย์ของพระอดีตพระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ องค์สถูปหุ้มด้วยทองคำทั้งหมด 8,688 แท่ง แต่ละแท่งมีค่ามากกว่า 400 ยูเอสดอลลาร์ ปลายยอดสถูปประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยู่ตรงกลาง เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ประดับอยู่ด้านบนเหนือฉัตรขนาด 10 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นบนไม้หุ้มทองเจ็ดเส้น ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ 1,065 ลูก และกระดิ่งเงิน 420 ลูก รอบองค์สถูปรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างกว่า 100 หลัง มีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:47:46 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 4
 

ชื่อสถานที่ ตึกแฝดเปโตรนาส : Petronas Towers
สถานที่ตั้ง ประเทศมาเลเซีย
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
เปโตรนาส (petronas twin tower) ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ที่สูงตระหง่านถึง 452 เมตร มีด้วยกัน 88 ชั้น ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 20,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของตึกนี้เป็นเจ้าของน้ำมันยี่ห้อเดียวตึกนั่นเอง
ส่วนการออกแบบตึกได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม ผสมผสานกับโครงเหส็กที่ท่อหุ้มในแต่ละจุด ทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตามากเลยทีเดียว
ภายในตึกนี้จะเป็นแหล่งความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง และแหล่งซ็อบปิ้งขนาดใหญ่นั่นคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเลีย ห้างสรรพสินค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ชั้น 4 ของ KLCC นี้ เรียกว่า เปโตรซายน์ส (Petrosains) เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยมากที่สุด แห่งหนึ่ง ที่ศูนย์แห่งนี้เปิดทุกวันตั้งแต่ 14.30 - 19.00 น. ปิดทุกวันจันทร์
ที่นี่มีศูนย์กลางคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถสอบถามได้ทุกอย่างโดยผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ส่วนมากจะ เป็นเด็กๆ ส่วนใหญ่ ทั้งมากับผู้ปกครอง และมาทั้งห้องเรียน แบบทัศนศึกษา ที่นี่จะเน้นความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน เพราะประเทศมาเลเซีย ก็เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน รายใหญ่เช่นกัน และมีการย้อนสู่อดีตเมือ 200 ล้านปีก่อน จำลองเป็นไดโนเสาร์ และการค้นพบแหล่งน้ำมัน


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:50:13 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 5
 

ชื่อสถานที่ พระราชวังโปทาลา : Potala Palace in Lhasa
สถานที่ตั้ง เมืองลาสซา ประเทศธิเบต
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
ในเมืองลาสซา เมืองหลวงของประเทศธิเบต ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน มีพระราชวังซึ่งเป็นที่ประทับของ ดาไลลามะ องค์ประมุขทางศาสนาพุทธ ฝ่ายมหายานของธิเบต เรียกว่าพระราชวังโปทาลา ตั้งอยู่บนเขาหินลูกหนึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,830 ฟุต มีความยาวด้านละ 900 ฟุต สร้างในราวคริสตวรรษที่ 17 แบบอย่างการสร้างเป็นประดุจป้อม มหึมา มีกำแพงหนาก่อเป็นชั้น ๆแต่ทว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับคนต่างเมือง ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าไปพบเห็นแล้วกล่าวว่าเป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นอย่างสวยงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:51:50 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 6
 

ชื่อสถานที่ เปตรา : Petra
สถานที่ตั้ง ประเทศจอร์แดน
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
นครเปตราในจอร์แดนเป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ซึ่งขุดสลัก มาแต่ยอดเขาลงมาเป็นหลืบลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม แสดงถึงฝีมือและ ศิลปะในการสลักหินได้อย่างยอดเยี่ยม สีของหินก็กลมกลืนกันดี ตัวตึกสี เลือดนก สีกุหลาบและสีม่วงเป็นลำดับ ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม เบื้องต้นของเขตตะวันออกกลางที่เรียกว่านาบาทีนส์ คนแถบนี้เป็นพวกเร่รอน อาชีพเลี้ยงแกะอยู่ไม่เป็นที่ เป็นพวกชอบทำธุรกิจค้าขายเครื่องเทศจากตะวันออก ไปยังเขตเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นก็ขนส่งลงเรือไปสู่ยุโรป ในช่วงเวลาที่มีการ ค้าขายอย่างกว้างขวางกับอาณาจักรต่าง ๆ สืบมาจนถึงปัจจุบันได้ใช้เส้นทาง ในเขตซีเรียสู่ซาอุดีอารเบียโดยอาศัยกองคาราวานขนส่ง ได้สร้างความร่ำรวย และอำนาจราชศักดิ์ จนได้กลายมาเป็นนครเปตราขึ้นจากพวกอีโดไมท์ ซึ่งถือ เป็นเมืองหลวงในราว 300 ปี ก่อนคริสต์กาล
ในคริสต์ศตวรรษที่2 พวกนาบาทีนส์ต้องพ่ายแก่เผ่าพวกโรมัน จำเป็นต้องเข้ารวมกับอาณาจักรโรมันแต่ความสำคัญด้านการค้าของนครเปตรา ยังอยู่ต่อไปโดยมีชาวโรมันคอยหนุนหลัง ถนนโรมันถูกสร้างขึ้นจากซีเรียไปยังทะเลแดง โดยฝีมือของชาวเมืองทรอยตามอย่างถนนโรมัน ศิลปะนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป พวกศริสเตียนได้นำมาดัดแปลงสร้างเป็นสถานนมัสการพระเจ้า
สิ่งก่อสร้างสำคัญชิ้นหนึ่งในนครเปตราคือมหาวิหารกวาซร์ ฟีราโอน ซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอาเรตัสที่4 มหาราชของชาวนาบาทีนส์ ซึ่งครองราชย์ระหว่าง 9 ปีก่อน ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 40
การบูรณปฏิสังขรณ์นครเปตรากำลังดำเนินอยู่อย่างมาก ในปัจจุบัน นครแห่งนี้ถูกค้นพบในรูปปรักหักพังมาตั้งแต่ ค.ศ. 1812 นับเป็นนครที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ไปชมปีละมากมาย ความนิยมดังกล่าวช่วยยกฐานะให้นครเปตรากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โปราณสิ่งหนึ่งในโลก


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:54:16 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 7
 

ชื่อสถานที่ นครต้องห้าม : Forbidden city
สถานที่ตั้ง ประเทศจีน
ปัจจุบัน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้
ถัดจากกำแพงยักษ์ของเมืองจีนไปทางใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร (50 ไมล์) เป็นที่ตั้งของนครต้องห้ามที่สร้างขึ้นด้วยพระบรมราชโองการของกุบไลข่านจอมจักรพรรดิ ผู้พิชิตจักรวาลเพื่อใช้เป็นที่ทรงพักผ่อนราชอิริยาบถส่วนพระองค์ การก่อสร้างอยู่ในความอำนวย การของหยุงลู้อำมาตย์คนสนิท สร้างในศริสต์วรรษที่ 15 สองร้อยปีหลังจากจักรพรรดิราชวงศ์ มงโกลขึ้นครองอำนาจในเมืองจีน ส่วนที่เป็นนครต้องห้ามมีพื้นที่ 64.75 ตารางกิโลเมตร (25 ตารางไมล์) อาณาจักรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสิ่งก่อสร้างล้อมรอบประกอบกับพระอุทยาน มีกำแพงกั้นส่วนในกับส่วนนอกอย่างแข็งแรง
นครต้องห้ามอย่างแท้จริงอยู่ด้านในเริ่มจากทางเข้าที่สำคัญอันที่รู้จักกันดีในนามที่เรียกว่า พระทวารสรวงสวรรค์สันติ ก่อนถึงพระทวารเป็นลานจตุรัสกว้างใหญ่สำหรับให้ทหารสวนสนามตรวจพล มีคูเมืองเป็นชั้น ๆ ตามลำดับ มีสะพานหินอ่อน 5 แห่ง สมัยจักรพรรดิรุ่งเรือง องค์จักรพรรดิเสด็จเข้าทางสะพานกลาง ติดตามด้วยขบวนแห่ขนาดใหญ่ตามเสด็จอีกข้างละสองขบวนเข้าทางสะพานที่เหลืออีก 4 สะพาน รวมเป็น ห้าขบวนตามเข้าสู่พระราชวังในนครต้องห้ามผ่านสนามชัยเข้าสู่ประตูที่สองขนาดมหึมาเช่นเดียวกัน เรียกว่าพระทวารมัชฌิมา(ประตูกลาง) ถัดเข้าไปเป็นสนามหน้าพระลานผ่านเข้าไปยังสุวรรณวารี(แม่น้ำทองคำ) เพื่อไปยังทางเข้าศาลาลูกขุนใน แล้วจึงถึงพระที่นั่งอันมีท้องพระโรงสำหรับองค์จักรพรรดิเสด็จออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นตอนสำคัญที่สุด ผู้ใกล้ชิดพระยุคลบาทเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้
บริเวณสามช่วงที่ท้องพระโรงตั้งอยู่มีกระถางธูปทองบรอนซ์ 18 ใบหัวมังกรขนาดมหึมา เต่า และนาฬิกาแดดทำด้วยหิน แต่ละด้านของท้องพระโรงมีที่ให้เข้าเฝ้า องค์จักรพรรดิเสด็จประทับตรงกลาง ในฐานะเทพเจ้าผู้ดูแลปกครองโลก
ความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดินครแห่งนี้จะมองเห็นได้ชัดเจนถ้ามองดูทางเนินเขาแห่งความคาดหวัง (เนินเขามองตลอด) ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือจากสถานที่แห่งนี้ จะแลเห็นหลังคากระเบื้องสีเหลืองลาดลดหลั่นกัน ลงไปของตัวตึก หอคอย วัง วัด และอื่น ๆ
ทางส่วนนอกของนครต้องห้ามอยู่ทางทิศใต้ มีพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหอบูชาสวรรค์ที่มีจริงบนพื้นโลก บริเวณที่บูชากั้นเขตด้วยกำแพงมีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วยวัดใหญ่ ๆ ที่มีความสำคัญหลายวัด ที่สำคัญที่สุด คือวัดสวรรค์คาวาส มีหอกลมมหึมาหลังคาสามชั้น สูง 27-43 เมตร (90 ฟุต) แห่งนี้ใช้เป็นที่ทำพิธีทางศาสนา ติดต่อกับสวรรค์นาน ๆ ครั้งขององค์จักรพรรดิ ตามโอกาสอันควรที่องค์จักรพรรดิเสด็จมาประทับ


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:56:48 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 8
 

ที่มา http://www.wonder7th.com


โพสต์โดย : tawinta [ 2010-01-24 14:57:53 ]  tawinta / cappie_vd46@hotmail.com

# 9
 


โพสต์โดย : Kooltawatch [ 2010-01-24 15:02:50 ]  Kooltawatch / Tae.investment@gmail.com

# 10
 

ว้าว


โพสต์โดย : jingjan [ 2010-01-25 22:11:25 ]  =อาสาสมัครดูแลเว็บไซต์= jingjan / farfalla.po@gmail.com

# 11
 

"ทองที่หุ้มพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือทองอันเนเมียวสีหบดี จอมทัพพม่า หลอมลอกมาจากองค์พระศรีสรรเพชญ แห่งกรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร ไปในคราวทุกข์ร้อนสิ้นแผ่นดินบ้านพลูหลวงไม่ใช่ฤๅ ... มหาสุวรรณแห่งสยาม ใยต้องร้างแผ่นดินไปอยู่อังวะบุรีเล่า"

แปล : เขาว่ากันว่า ทองที่หุ้มเจดีย์ชเวดากอง คือทองที่ เนเมียวสีหบดี แม่ทัพพม่า หลอมเอาจากพระพุทธรูปของกรุงศรีอยุธยา ที่ชื่อ พระศรีสรรเพชญ ไปในคราวเสียกรุงครั้งที่สองไม่ใช่เหรอ ... ทำไมทองจากเมืองไทย ถึงได้ไปโด่งดังอยู่ในพม่าล่ะ ?


โพสต์โดย : Hogwartslover [ 2010-01-26 05:23:41 ]  =อาสาสมัครดูแลเว็บไซต์= Hogwartslover / champ_pcs@hotmail.com

# 12
 

อยากไปจัง


โพสต์โดย : lovelooknai [ 2010-01-27 17:28:16 ]  lovelooknai / looknai_t@hotmail.com

# 13
 

น่าไปจัง


โพสต์โดย : e.q.plus [ 2010-01-31 17:08:52 ]  =อาสาสมัครดูแลเว็บไซต์= e.q.plus / preechachathero@hotmail.com