สำหรับพ่อแม่

  •   เปิดโลกการอ่าน... เปิดโลกความคิด... เปิดโลกการเรียนรู้อย่างมีพลังด้วย “นิทานที่เหลือพื้นที่ให้เด็กคิด”    พอพูดถึง “การอ่าน” อย่าเพิ่งกระโดดข้ามไปนึกถึงการอ่านหนังสือออกเป็นคำ...เป็นประโยคนะคะ เพราะนั่นคือความคุ้นเคยแบบผู้ใหญ่ที่ใช้อ่านในสิ่งที่คนอื่นคิด เรียบเรียง และเขียนมาสื่อสารถ่ายทอดให้เราได้อ่าน แต่อยากชวนมาค่อยๆย้อนรอยการอ่านแบบที่กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่เราเองยังเป็นเด็กเล็กๆก็เคยมีประสบการณ์มาก่อน ประสบการณ์ที่เราเองเคยหยิบหนังสือนิทานขึ้นมาเปิดดู... แล้วดูอีกอย่างสนใจทั้งๆที่ยังอ่านตัวหนังสือสะกดคำไม่ได้สักตัวเดียว     ถ้าบอกว่า “การอ่าน”คือ หนึ่งในกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา ที่มองเห็นอะไร (หรือบางทีก็อาจจะหมายรวมถึงได้สัมผัสอะไรด้วยประสาทสัมผัสรับรู้อย่างอื่นประกอบด้วย) แล้วสมองไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิด สงสัย อยากรู้ อยากเห็น อยากเข้าใจ อยากหาความหมายและอยากให้ความหมายว่า “มันคืออะไรนะ!”แล้วที่ฉันเคยเห็นเคยมีประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ที่ดูจะคล้ายๆกัน จะเหมือนกันมั้ยนะ! จะใช่รึเปล่านะ! จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้อยากพิสูจน์ให้รู้กันไป เมื่อรู้แล้วก็เก็บข้อมูลเข้าสู่ความทรงจำเพื่อเอาไว้ใช้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่ๆที่จะเข้ามา     ความอยากรู้ อยากเห็น อยากเข้าใจ อยากหาความหมายและอยากให้ความหมายนี้แหละ คือการอ่านอย่างมีพลัง หรือจะเรียกว่า “พลังแห่งการอ่าน” ก็ได้ และเป็นพลังที่มิใช่แค่ทำให้เด็กๆอ่านหนังสือออก แต่จะทำให้เด็กๆอยากอ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ประสบพบเห็นในชีวิตจริงให้ออกอีกด้วย     คงจะพอถึงนึกภาพเด็กเล็กๆที่ยังเดินไม่ได้กำลังนั่งเล่นนอนคว่ำเล่นอยู่ที่พื้น เมื่อเหลือบไปเห็นลูกบอลกลมๆสีแดงๆนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นไกลๆ เด็กๆคงนึกในใจว่ายังไงต้องไปทำความรู้จักให้ได้ เพราะเราจะเห็นเขาพยายามหาวิธีและออกแรงค่อยๆคืบ ค่อยๆคลานไปอย่างไม่หวั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย...

  • ลูกของใครใครก็รัก แต่จะรักลูกถูกทางหรือเปล่าต้องดูให้ดี เพราะสมัยนี้เทคโนโลยีเข้ามาสู่เด็กอย่างง่ายดาย พ่อแม่หลายท่านเห็นลูกมีความสุขเมื่อใช้เวลาอยู่กับแท็บเล็ตก็หยิบยื่นให้ ทุกเมื่อยามที่ลูกร้องไห้งอแง ถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่ยุคใหม่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง หากอยากให้ลูกรักเติบโตไปเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการเรียน ชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว และชีวิตการทำงาน ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบทักษะทางสมอง ซึ่งเป็นทักษะการคิดขั้นสูงที่อยู่ในสมองส่วนหน้า เรียกศัพท์เฉพาะว่า “Executive Functions” (EF) หรือ “ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ” โดยสถาบันอาร์แอลจีได้สรุปองค์ประกอบไว้ 9 ด้าน คือ 1) ความจำเพื่อใช้งาน (Working memory) 2) การยั้งคิด ไตร่ตรอง (Inhibitory Control) 3) การยืดหยุ่นความคิด และคิดนอกกรอบ (Shift หรือ Cognitive Flexibility) 4) การใส่ใจจดจ่อ(Focus / Attention) 5) การควบคุมอารมณ์ (Emotional Control) 6) การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ(Planning and Organizing) 7) การประเมินตนเอง (Self –Monitoring) รวมถึงการตรวจสอบการงานเพื่อหาจุดบกพร่อง และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ได้ผลอย่างไร  8) การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating) 9) ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) อาจารย์ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาสำหรับเด็ก และกรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงความสำคัญของทักษะ EF ว่า “ทักษะสมอง EF คือ กระบวนการทางความคิด ประกอบด้วยทักษะ...

  •     ในขณะที่โลกหมุนเร็วขึ้น เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวล้ำและไม่มีที่สิ้นสุด หลายบริษัทใหญ่ๆ เริ่มมีการลดปริมาณคนทำงานลง และนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่มากขึ้นในชีวิตประจำวัน จึงส่งผลให้จำนวนการจ้างงานน้อยลง คนตกงานมากขึ้น แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? หลายคนคงมีคำถามข้อนี้ในใจกันอยู่แล้ว เราจึงอยากแนะนำผลงานวิจัยของ Dr. Tony Wagner เพราะเมื่อโลกมาทิศทางนี้เราจึงต้องปรับตัวฝึกให้เด็กไทยมีทักษะทั้ง 7 ด้าน 1. Critical thinking and problem-solving การคิดเป็นและแก้ปัญหาได้ 2. Collaboration across networks and leading by influence สอนให้เด็กมีทักษะและทำงานร่วมกัน 3. Agility and adaptability มีความสามารถในการรับมือกับข้อผิดพลาด 4. Initiative and entrepreneurialism คิดแบบผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่สามารถทำงานคนเดียวได้ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย 5. Effective oral and written communication...

  • หลาย ๆ ครอบครัวมักกรีดร้อง เมื่อเปิดดูบิลค่าไฟในแต่ละเดือน...   เอาละ! ไม่เป็นไร เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เราอาจแก้ไม่ได้ แต่เราป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้  นอกจากผู้ใหญ่จะต้องประหยัดไฟแล้ว เราอาจชักชวนเจ้าตัวเล็กมาช่วยในโครงการประหยัดไฟของครอบครัวได้ด้วย   มาดูกันดีกว่าว่า เจ้าตัวเล็กมีส่วนช่วยในการประหยัดไฟได้อย่างไร   อ่านสารพัดวิธีประหยัดไฟและสนุกกับสติ๊กเกอร์คู่มือปกป้องโลก ได้ใน “ฉันปิดไฟ เพื่อประหยัดพลังงาน”     หนังสือฉันปิดไฟ เพื่อประหยัดพลังงาน :ชุด รวมพลังปกป้องโลก วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ในราคาเล่มละ 115 บาท สนใจสั่งซื้อ คลิกเลย หรือ โทร. 0-2662-3000 ต่อ 4333    

  • กลับมาสร้างแรงบันดาลใจอีกครั้งสำหรับภาคต่อของหนังสือติดอันดับขายดีของนิวยอร์กไทมส์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงทั่วโลกกล้าฝันให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้น และสู้ให้หนักขึ้น Good Night Stories for Rebel Girls 2 หนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดเล่ม 2 ตามมา ด้านฉบับภาษาไทยยังคงเป็นสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ที่คว้าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์และจัดจำหน่าย ในชื่อว่า ร้อยเรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก เล่ม 2 “100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก เล่ม 2” เป็นเรื่องเล่าก่อนเข้านอนเล่มใหม่ล่าสุดของสองเพื่อนซี้ชาวอิตาลี เอเลนา ฟาวิลลี และ ฟรันเชสกา คาวัลโล ที่ทั้งคู่อยากทำหนังสือเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ (เด็ก) หญิงทุกคนเชื่อมั่นว่าตัวเอง “เป็น” และ “ทำ” ได้ทุกอย่างถ้ามุ่งมั่นและพยายามมากพอ ภาคต่อของหนังสือติดอันดับขายดีของนิวยอร์กไทมส์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงทั่วโลกกล้าฝันให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้น และสู้ให้หนักขึ้น เพื่อสรรเสริญผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของโลก ตั้งแต่เนเฟอร์ติติไปจนถึงบียอนเซ โรซาลินด์ แฟรงคลิน ไปจนถึง เจ.เค. โรว์ลิ่ง พระราชินี นักเคลื่อนไหว นักเต้นบัลเลต์ นักกฎหมาย โจรสลัด...

  • Talk of the Town ในช่วงก่อนที่ทำให้พ่อแม่ขวัญผวา จนไม่กล้าพาลูกหลานออกจากบ้านไปเที่ยวห้าง ก็คือ ข่าวอุบัติเหตุบันไดเลื่อนและลิฟต์  แต่ถ้าจะให้ไปห้างสรรพสินค้า โดยเดินขึ้นบันไดก็คงไม่สะดวก เพราะไหนจะต้องหิ้วของพะรุงพะรัง ยังมีเจ้าตัวเล็กที่ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัวจนอยากจะวิ่งเล่นไปซะทุกที สำหรับเรื่องนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลไป แม้เราจะห้ามการเกิดอุบัติเหตุไมได้ แต่เราสามารถป้องกันตัวเองได้  มาดูวิธีเตรียมความพร้อมสำหรับลูกรักในการใช้บันไดและลิฟต์กันเถอะ คุณพ่อคุณแม่พาลูกฝึก ปลอดภัยนะหนู รู้ภัยรอบตัว อ่านคู่มือการป้องกันตัวเองสำหรับเจ้าตัวน้อยได้ใน...   หนังสือปลอดภัยนะหนู รู้ภัยรอบตัว วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ในราคาเล่มละ 115 บาท สนใจสั่งซื้อ คลิกเลย หรือ โทร. 0-2662-3000 ต่อ 4333

  • การเสริมสร้างให้เด็กมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) นั้นเป็นของขวัญล้ำค่าอย่างหนึ่งที่พ่อแม่สามารถมอบให้แก่ลูกได้ด้วยการฝึกสอนให้เด็กรู้จักเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งฝึกจัดการและแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม การฝึกฝนทักษะเหล่านี้เป็นของขวัญที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจได้เป็นอย่างดี ฉันทิดา สนิทนราทร เวชมงคลกร หรือ คุณแป๋ม นักเล่นบำบัด และนักจิตวิทยาพัฒนาการ กล่าวว่า “การสอนให้เด็กรู้จักเรื่องอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เราควรเริ่มสอนเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย โดยฝึกให้เขาได้ทำความรู้จักอารมณ์ สามารถระบุชื่ออารมณ์ได้ว่า อารมณ์แบบนี้เรียกว่าโกรธนะ แบบนี้เรียกว่ากลัว แบบนี้เรียกว่าเศร้านะ เราควรสอนให้เด็กเข้าใจอารมณ์ที่เขากำลังเป็นอยู่ รวมทั้งหาวิธีในการจัดการและแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากเด็กไม่ได้รับการสอนเรื่องเหล่านี้  เขาก็อาจจะมีปัญหาในการทำความรู้จัก ทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น มีปัญหาในการแสดงออก การจัดการอารมณ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ “แต่หากเราใช้คำพูด พูดสอนเด็กเพียงอย่างเดียว เด็กอาจจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เช่นถ้าเราบอกกับเด็กว่า ‘หนูต้องรู้จักจัดการกับความโกรธนะ’ เขาอาจจะฟังแต่คงค่อยไม่เข้าใจนักว่าต้องทำยังไง เพราะเมื่อเราใช้คำพูดสอนเด็ก เด็กจะซึมซับและเข้าใจได้น้อยกว่าการใช้นิทาน นิทานเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่ทรงพลังมากสำหรับเด็ก  เพราะการเล่านิทานคือการพูดเป็นภาษาเดียวกับเด็ก ส่งตรงถึงใจเด็ก เมื่อเราเล่านิทานให้เด็กฟัง เด็กจึงเข้าใจได้ดีกว่าการพูดสอน นิทานที่เล่าเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ต่างๆ จึงเป็นเครื่องมือในการสอนเรื่องอารมณ์ให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนุกสนาน เข้าใจได้ง่ายขึ้น เด็กๆ ชอบฟังนิทานอยู่แล้ว เขาจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นผ่านการเล่านิทานด้วยค่ะ” สำหรับหนังสือนิทานที่ใช้สอนเรื่องอารมณ์นั้น คุณแป๋มแนะนำหนังสือชุด...

  • การสอนให้ลูกเรียนรู้และจดจำตั้งแต่ในวัยเด็ก จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการต่อยอดนำไปสู่ความฉลาดในอนาคต เพราะการจดจำจะทำให้เกิดความคิดที่เชื่อมโยงกับเหตุและผล นำไปสู่การแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างน้องกอร์นเน่ เด็กชาย ด.ช.พศวีร์ ไม้งาม วัย 5 ขวบ แฟนตัวน้อย หนังสือ ”สามก๊ก ฉบับการ์ตูน” ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ เด็กน้อยที่โด่งดังจากการที่มีความจำเป็นเลิศ สามารถจดจำชื่อตัวละครสามก๊กได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถอธิบายถึงบทบาทของตัวละครแต่ละตัวละครได้อย่างละเอียด  โดยน้องกอร์นเน่ บอกกับเราว่า ที่ชอบเรื่องสามก๊กเพราะอ่านแล้วสนุก อีกทั้ง ในหนังสือสามก๊ก ฉบับการ์ตูนนี้ยังมีภาพประกอบสีสันสวยงาม ทำให้อ่านได้ไม่มีเบื่อ พร้อมเผยเคล็ดลับที่ทำให้มีความจำดี ก็มาจากการอ่านหนังสือเยอะ อ่านบ่อยๆ จนทำให้จำเรื่องราวนั้นได้ คุณมงคล ไม้งาม คุณพ่อน้องกอร์นเน่ เล่าให้ฟังว่า “ครอบครัวเรา มีแนวทางในการส่งเสริมการอ่านหนังสือและปลูกฝังการรักการอ่านตั้งแต่น้องกอร์เน่อายุเพียง 3 เดือน โดยคุณแม่จะอ่านหนังสือให้ฟังทุกวัน จนน้องอายุครบ 3 ขวบ ก็เริ่มพาไปเรียนเสริมพัฒนาการ และน้องก็ไปเจอหนังสือสามก๊ก ฉบับการ์ตูน ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ซึ่งตอนนั้นน้องยังอ่านหนังสือไม่ได้ จึงเอามาให้อ่านให้ฟัง ทีแรกผมคิดว่า...

  • ทุกวันที่คุณทุ่มเทให้กับการทำงาน ทรัพย์สินเงินทองอาจเพิ่มขึ้น แต่สุขภาพกลับมีแต่จะถดถอยลงหลายครั้งไปหาหมอแล้วหาสาเหตุไม่พบ หรือเป็น ๆ หาย ๆ รักษาโรคไม่หายขาด ส่วนท่านที่สุขภาพแข็งแรง ก็ใช่ว่าจะแข็งแรงตลอดไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับแรงกดดันจากการทำงานเป็นประจำ ควรระวังเป็นพิเศษ สาเหตุเหล่านี้มาจากการขาดพลังการฟื้นฟูร่างกาย จึงทำให้ระบบภายในเสียสมดุล ไม่แข็งแรง และเจ็บป่วยได้ง่าย วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนจีน ซึ่งสืบทอดท่ากายบริหารมาจากสมัยราชวงศ์สุย โดยอาศัยพลังลมปราณ หรือ “ชี่” ของร่างกายในการบำบัดโรค ผ่านท่าออกกำลังกายที่รวบรวมไว้ในหนังสือ “61 ท่าบริหารมหัศจรรย์ ต้าน 50 โรคร้าย” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ มาถ่ายทอดความรู้ที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกาย และฟื้นฟูสุขภาพด้วยตนเอง อยู่ที่ไหนก็ทำได้ทุกที่ทุกเวลา มาปรับสมดุล...ชีวิตกันเถอะ วันนี้เราขอยกตัวอย่างเคล็ดลับสุขภาพบางส่วนจากหนังสือ “61 ท่าบริหารมหัศจรรย์ ต้าน 50 โรคร้าย” ที่ช่วยให้คุณฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างง่าย ๆ ที่บ้านมาฝากกัน ท่าบริหารลมหายใจ บางคนอาจคิดว่าเราหายใจอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำไมต้องฝึก แต่แท้จริงแล้วการฝึกหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยเผาผลาญ “ชี่โรคซึ่งเป็นโทษออกมา” อีกทั้งยังช่วยนวดอวัยวะภายในไปพร้อมกันด้วย...

1-9 of 15

หน้า:
  1. 1
  2. 2