Q&A with Apolar


  มักเกิ้ลและผู้วิเศษฟังทางนี้!

  หลายท่านคงทราบแล้วว่า ในวาระที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ฉบับแปลภาษาไทยจะมีอายุครบ 20 ปี ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2563 (ส่วนฉบับภาษาอังกฤษนั้นฉลองครบรอบ 20 ปี ไปเมื่อ พ.ศ. 2560)
บริษัทเวทมนตร์นานมีบุ๊คส์ได้รับอนุญาตจากเจ.เค. โรว์ลิง ให้ทำภาพปกเองสำหรับหนังสือฉบับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งขอบอกว่าสวยงามตามขนบวีล่าเอามากๆ
ผู้วิเศษคนไหนยังไม่เห็นรีบโปรยผงฟลูแล้วมุดเตาผิงไปดูด่วน สำหรับมักเกิ้ลก็คลิก link นี้เลย!

  แน่นอนว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้งอกออกมาเองเหมือนต้นแมนเดรก (ถึงแม้ระหว่างสร้างงานจะมีเสียงกรีดร้องมากมายจากทีมงานก็ตาม...เพราะมันสวยมากๆเลยนี่นา) เบื้องหลังภาพปกสวยๆ นี้ คือนักวาดดาวรุ่งชาวไทย อรุษ เอ่งฉ้วน หรือ Apolar แห่งเพจ https://www.facebook.com/Apolar.Arch/ นั่นเอง!!!

  แม้ตัวเขาจะอยู่ไกลถึงสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเทคโนโลยีของมักเกิ้ล ทีมงานของนานมีบุ๊คส์ ณ ประเทศไทยจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Apolar โดยไม่ต้องมุดเตาผิงหรือซิ่งไม้กวาดไปไกลถึงอีกซีกโลก
เขาเป็นใคร จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ไหนหรือเปล่า จึงสร้างสรรค์ผลงานได้ราวกับใช้เวทมนตร์ เราไปค้นหาคำตอบกันเลย!


 Q&A with Apolar

Q - แนะนำตัวสั้นๆ หน่อยค่ะ ชื่ออะไรเอ่ย
A - นามปากกา Apolar (อโพล่า) ครับ ชื่อจริงคือ อรุษ เอ่งฉ้วน ชื่อเล่น อาชว์


Q - อายุล่ะคะ เปิดเผยได้ไหมนะ ถ้าไม่สะดวกใจ บอกช่วงอายุคร่าวๆ ก็ได้ค่ะ
A - อายุ 27 ปีครับ


Q - ขอย้อนมาที่นามปากกา Apolar นิดนึงว่า แปลว่าอะไร มีที่มายังไงคะ
A - เป็นชื่อที่คุณแม่ช่วยตั้งให้ครับ ย่อมาจาก A Polar Bear เพราะตอนทำกีฬาสีช่วงมัธยมปลาย ผมมีโอกาสวาดภาพคัตเอาต์กีฬาสีให้สีของผมซึ่งตอนนั้นเป็นรูปหมีขาวขนาดใหญ่ และด้วยสาเหตุบางประการ เพื่อนๆบอกว่าผมวาดออกมาคล้ายหน้าตัวเอง เพื่อนๆในกลุ่มก็เลยเริ่มเรียกผมว่าหมีขาว และกลายเป็นแรงบันดาลใจตอนที่จะคิดนามปากกาให้ตัวเอง โดยคุณแม่เป็นคนเสนอให้ครับ


Q - มีเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับตัวเองที่อยากเล่าไหมคะ
A - ผมเองพอตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี เลือกสาขาสถาปัตย์ (ผมจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เพราะว่าอยากลองทำงานออกแบบที่ใช้ทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์มาผนวกเข้าด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้เราได้เพิ่มทักษะหลายๆอย่างให้ตัวเอง เพราะเราได้ฝึกคิดแบบเอาเหตุผลและระบบมาจับกับงานศิลปะของเรามากขึ้น แต่พอเรียนจบก็ตัดสินใจอยากจะไปต่อโทด้าน Concept Art ซึ่งเป็นความฝันของเราครับ


Q - ก่อนหน้ามารับงานวาดปกหนังสือชุดนี้ มีผลงานอะไรมาบ้างคะ
A - ผลงานภายในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นออกแบบปกหนังสือธรรมะ ให้วัดญาณเวศกวันครับ และล่าสุดก็เพิ่งมีโอกาสได้ออกแบบโปสเตอร์ละครเวที “เรื่องเล่าจากหิ่งห้อย” ไป
ส่วนงานนอกประเทศ เคยได้ออกแบบปกหนังสือ Tangled in Times ให้สำนักพิมพ์ HaperCollins Publishers ที่ New York และเคยมีทำผลงาน Concept Art ให้กับ Red Clover Studios ครับ


Q - เคยรับงานวาดแปลกๆ บ้างไหมคะ ถ้าเคย เล่าคร่าวๆให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม
A - เคยได้รับ Commission วาดรูปโปรโมท Toy Design และแฟนอาร์ตละครจากพี่ที่ทำงาน บริษัท Fatcat VFX ครับ ที่ทำ CGI สวยๆให้ละครไทยหลายเรื่อง เพราะช่วงนั้นผมวาดแฟนอาร์ตประกอบละครเรื่อง นาคี ลงในเพจและพี่เขาเห็นผลงานเลยติดต่อเข้ามาครับ


Q - ทำงานได้หลายแนวมากเลย แล้วตอนนี้ทำงานอะไรเป็นหลักคะ
A - ช่วงต้นปีที่ผ่านมาผมเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจาก Academy of Art University ที่เมือง San Francisco สาขา Visual Development และปัจจุบันผมทำงานอยู่ที่บริษัท Electronic Arts (EA) แถบ Bay Area ครับ


Q - คุณ Apolar วาดรูปสวยมากกกกก กว่าจะวาดได้ขนาดนี้ต้องฝึกมาเยอะแน่นอน มีอะไรเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ชอบวาดรูป และฝึกฝนมาจนมีฝีมือขนาดนี้
A - หากพูดถึงจุดเริ่มต้นแล้วคงต้องยกเครดิตให้ครอบครัวเลยครับ เพราะตั้งแต่จำความได้คุณพ่อจะคอยสอนวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ โดยมีคุณแม่คอยซื้ออุปกรณ์วาดรูปดีๆให้ตลอด แล้วชีวิตวัยเด็กก็มีโอกาสได้ผูกพันกับงานศิลปะหลากหลายแขนง คุณพ่อของผมท่านเคยมีความฝันวัยหนุ่มว่าอยากเป็นศิลปิน แต่ว่าไม่ได้ทำตามความฝัน เพราะตัดสินใจรับราชการแทน เลยได้ส่งต่อความรักในงานศิลปะมาที่ผม เพราะคุณพ่อของผมเชื่อว่าหากเรามีงานอดิเรกที่มอบความสุขให้ตัวเราเองได้ เราก็จะมีชีวิตที่ลงตัวครับ
  ส่วนเรื่องการฝึกฝน ผมเองเชื่อมั่นเรื่องความพยายามและการทุ่มเทเป็นที่สุดครับ เพราะโดยส่วนตัวเคยเป็นเด็กที่เรียนไม่ดีมาก่อน เด็กๆชอบวาดรูปมากจนบางครั้งเราก็ไม่ให้ความสำคัญกับวิชาการเท่าที่ควร แต่ก็มีจุดเปลี่ยนในชีวิต ที่ทำให้ลุกขึ้นมาบอกตัวเองว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ ไม่งั้นอนาคตจะมีอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจแล้วเลี้ยงดูท่านได้ หลังจากนั้นพอลุกขึ้นมาทุ่มเทอย่างตั้งใจจริงเราก็ค้นพบว่าเราสามารถทำอะไรได้อีกมากมาย หากเรามีความพยายามและฝึกฝนอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง นั่นเป็นจุดที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาฝึกฝนงาน Digital Painting ตอนช่วงที่ใกล้จบปริญญาตรีด้วยตัวเองด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมจะไปเรียนต่อปริญญาโทสาย Concept Art ที่ต่างประเทศครับ (เผื่อเป็นความรู้ให้กับน้องๆ คนไหนที่สนใจด้วย ว่าหากเราตั้งใจจะไปเรียนต่อ Art School ที่ต่างประเทศ โดยส่วนมากแล้วเราจำเป็นต้องมี Portfolio ที่ใช้ในการคัดเลือกเข้าเรียนต่อครับ)


Q - แล้วมาเริ่มต้นกับโปรเจ็กต์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับครบรอบ 20 ปี ได้ยังไงเอ่ย
A - ได้รับการติดต่อผ่านทางเพจ Apolar จากทางสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ครับ


Q - รู้สึกอย่างไร ตั้งแต่ได้รับการติดต่อครั้งแรก จนถึงตอนนี้คะ
A - จำได้ว่าวันนั้นตื่นเต้นมากครับ แต่ก็พยายามทำใจให้นิ่งไว้ เพราะทางสำนักพิมพ์บอกว่ายังต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกศิลปินจากทางต้นสังกัดที่ต่างประเทศอีก โดยต้องส่งผลงาน Portfolio ไปให้เขาตัดสินใจอีกที พอหลังจากนั้นก็เป็นช่วงรอผล แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร จนผมทำใจแล้วว่าคงไม่ได้ทำโปรเจ็กต์นี้ ก็ได้รับการติดต่อยืนยันกลับมาครับ แทบจะเป็นวันที่ดีใจที่สุดในชีวิตเลย (อาจจะยิ่งกว่าตอนสอบติดมหาลัย XD) เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเองโตขึ้นมากับเรื่องนี้เลย และแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นแรงบันดาลใจให้ผมลุกขึ้นมาอ่านหนังสือเล่มหนาๆ เป็นครั้งแรก และที่สำคัญที่สุดเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญที่จุดประกายให้ผมอยากลุกขึ้นมาออกแบบปกหนังสือครับ จำได้ว่าเวลาที่แฮร์รี่เล่มใหม่จะออก ผมจะตื่นเต้นกับภาพบนปกและภาพประกอบแต่ละตอนในเล่มมาก พอได้รับภารกิจในฝันมาอยู่ในความรับผิดชอบเราเลยรู้สึกเป็นเกียรติและขณะเดียวกันก็เป็นภาระอันยิ่งใหญ่ที่เราต้องทุ่มเทออกมาอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้แฟนๆ พอตเตอร์เฮดผิดหวัง เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น (หัวเราะ)


Q - งานชิ้นหนึ่งๆ คุณ Apolar มีวิธีออกแบบ หรือหาเเรงบันดาลใจอย่างไร จึงสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้
A - หลังจากที่ผมมาเรียนต่อด้านศิลปะจากที่อเมริกา เลยทำให้ค้นพบว่าการทำงานที่ดีคือเราต้องมีการศึกษาค้นคว้าหาภาพ References หรือภาพอ้างอิง มารองรับไอเดียที่เราอยากนำเสนอก่อนจะเริ่มงานออกแบบให้ได้ครับ ขั้นตอนนี้สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการลงมือวาดภาพเลย เพราะไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังงาน Animation ภาพยนตร์ หรืองานสาย Illustration การมีภาพ References ที่ดีหรือภาพที่มอบแรงบันดาลใจให้เรา จะทำให้เรามีจุดเริ่มต้นการออกแบบที่ดี โดยภาพ References ที่ว่านี้อาจหมายถึง ภาพถ่าย โพสต์ท่าตัวละคร รายละเอียดเสื้อผ้า แสงเงา หรือองค์ประกอบภาพ จะเป็นอะไรก็ได้เลย ขอเพียงแค่เรานำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจไม่ใช่ลอกเลียนแบบ แต่รู้จักพลิกแพลงนำมาผสมผสานโดยใส่ความเป็นตัวตนของเราลงไปครับ เปรียบเสมือนเป็นขั้นตอนค้นคว้าข้อมูลก่อนทำรายงานประมาณนั้นครับ
  อย่างเช่นตอนผมเริ่มต้นออกแบบปกหนังสือชุดนี้ อย่างแรกเราก็เริ่มกลับมาทวนความจำเกี่ยวกับเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ก่อน ทั้งการอ่านหนังสือและย้อนกลับไปดูหนัง รวมถึงการศึกษาภาพปกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มที่เคยตีพิมพ์มาก่อนหน้านี้ และปกพิเศษของประเทศอื่นๆ เพื่อให้เราสามารถนำเสนอทิศทางใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีในปกฉบับก่อนๆได้ครับ ปกของไทยเราจะได้มีความแตกต่างแปลกใหม่ออกไป จากนั้นก็เริ่มวางแผนเรื่องโทนสีว่าในแต่ละเล่มเราต้องการนำเสมออารมณ์ความรู้สึกอย่างไรให้ผู้อ่านและธีมหลักของแต่ละเล่มสะท้อนสื่อสารอะไรออกมาให้เราสามารถเลือกใช้ได้บ้างไหม พอมาถึงการออกแบบงานและฝึกฝนผมเองจะตั้งโจทย์กับตัวเองเสมอว่างานชิ้นนี้เราต้องการเรียนรู้หรือท้าทายประเด็นอะไรให้กับตัวเอง เช่นถ้างานชิ้นที่แล้วเราเน้นเรื่องโทนสี งานชิ้นนี้อาจจะหันมาเน้นดีไซน์ตัวละครแทน หรือว่างานชิ้นที่แล้วเราจัดองค์ประกอบภาพแบบนั้นไป พองานใหม่ๆที่เข้ามาเราก็พยายามไม่ใช้องค์ประกอบภาพเดิมๆ เพื่อให้เราได้ค้นพบอะไรใหม่ๆระหว่างทาง เพื่อที่งานใหม่ๆแต่ละชิ้นที่เข้ามาหาเรา จะได้กลายเป็นบททดสอบที่ช่วยพัฒนาทักษะในแต่ละด้านของเราให้ดียิ่งขึ้น เพราะทุกอย่างคือการเรียนรู้และฝึกฝนสำหรับผมครับ


  หลังจากได้พูดคุยกันแล้ว ทีมงานยิ่งรู้สึกอึ้ง ทึ่ง และชื่นชมนักวาดมากฝีมือคนนี้ขึ้นอีกหลายเท่า และขอแอบบอกไว้ตรงนี้เลยว่า นอกจากภาพปกสวยๆ แล้ว คุณ Apolar ยังมีผลงานอื่นๆ ที่รอฝากไว้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับครบรอบ 20 ปี ภาษาไทยอีกนะ… ส่วนจะเป็นอะไรนั้น รอติดตามกันได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Nanmeebooks Fan

Q&A with Apolar

  มักเกิ้ลและผู้วิเศษฟังทางนี้!   หลายท่านคงทราบแล้วว่า ในวาระที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ฉบับแปลภาษาไทยจะมีอายุครบ 20 ปี ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2563 (ส่วนฉบับภาษาอังกฤษนั้นฉลองครบรอบ 20 ปี ไปเมื่อ พ.ศ. 2560) บริษัทเวทมนตร์นานมีบุ๊คส์ได้รับอนุญาตจากเจ.เค. โรว์ลิง ให้ทำภาพปกเองสำหรับหนังสือฉบับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งขอบอกว่าสวยงามตามขนบวีล่าเอามากๆ ผู้วิเศษคนไหนยังไม่เห็นรีบโปรยผงฟลูแล้วมุดเตาผิงไปดูด่วน สำหรับมักเกิ้ลก็คลิก link นี้เลย!   แน่นอนว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้งอกออกมาเองเหมือนต้นแมนเดรก (ถึงแม้ระหว่างสร้างงานจะมีเสียงกรีดร้องมากมายจากทีมงานก็ตาม...เพราะมันสวยมากๆเลยนี่นา) เบื้องหลังภาพปกสวยๆ นี้ คือนักวาดดาวรุ่งชาวไทย อรุษ เอ่งฉ้วน หรือ Apolar แห่งเพจ https://www.facebook.com/Apolar.Arch/ นั่นเอง!!!   แม้ตัวเขาจะอยู่ไกลถึงสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเทคโนโลยีของมักเกิ้ล ทีมงานของนานมีบุ๊คส์ ณ ประเทศไทยจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Apolar โดยไม่ต้องมุดเตาผิงหรือซิ่งไม้กวาดไปไกลถึงอีกซีกโลก เขาเป็นใคร จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ไหนหรือเปล่า จึงสร้างสรรค์ผลงานได้ราวกับใช้เวทมนตร์ เราไปค้นหาคำตอบกันเลย!  Q&A...

นานมีบุ๊คส์ จัดประกวดรางวัลวรรณกรรมรางวัล “แว่นแก้ว” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2561

12 ผลงานเขียนที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย - ประเภทนิทานภาพส่งเสริมคุณธรรม 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “จระเข้ตัวเล็กนิดเดียว” โดย ไอริณ อิสริยะเนตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรื่อง “ทำแบบนี้ดีไหมนะ” โดย ณิชา พีชวณิชย์ (เรื่อง) หมีบี้ (ภาพ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่เรื่อง “ดินดื้อ” โดย นภัสสร ไชยมโนวงศ์ และ รางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ช ช้างอยากเชียร์” โดย พิมพ์หทัย เครือแก้ว (เรื่อง) และ ณัฐรดา กิติคุณเดชา (ภาพ) - ประเภทหนังสือภาพเสริมความรู้ 3 รางวัล ประกอบด้วย...

Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา

    Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา เริ่มต้นจากความโชคร้าย เด็กที่ไม่มีใครต้องการ สู่การผจญภัยอันน่าตื่นตะลึง...วรรณกรรมเยาวชนที่เหมาะชะมัดกับสังคมปัจจุบัน     มอร์ริแกน โครว์ เด็กหญิงอายุย่าง 11 ปีประสบปัญหาเหมือนเด็กสมัยนี้ เธอเกิดมาโดยรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการของใคร ถูกตราหน้าว่าต้องคำสาปและเป็นตัวนำพาความโชคร้ายมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เธอไม่มีเพื่อน คนในครอบครัวก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอไม่มีตัวตน ยกเว้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ผู้ใหญ่รอบตัวก็จะหาเหตุผลมาโยงว่าเป็นเพราะเธอ...น่าเขกกะโหลกผู้ใหญ่พวกนี้ไหมล่ะ เท่านั้นยังไม่พอ มอร์ริแกนโตมาพร้อมความเชื่อที่ถูกกรอกหูทุกวันว่าเมื่ออายุครบ 11 ปีเธอจะต้องตาย ฟังดูแล้วน่าหดหู่สำหรับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง...เอาน่า ไหนดูซิว่าเรื่องราวจะพลิกผันให้เธอกลับมาเป็นที่รักของคนทั่วไป รวมถึงมีพลังวิเศษเหมือนอย่างตัวเอกในวรรณกรรมเด็กเรื่องอื่นๆไหม     หลังจากใช้ชีวิตมา 10 ปี มอร์ริแกนได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมือง Nevermoor (ชื่อหนังสือมาแล้ว >

กลยุทธ์สอนเด็กอย่างแนบเนียนด้วยวรรณกรรม

    ปัจจุบัน ผู้คน เหตุการณ์ รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อม ย่อมมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของเด็ก เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนให้ประสบการณ์ชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม และมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมคุณลักษณะต่างๆ ของพวกเขา   หนังสือเองก็ถือว่ามีอิทธิพลและเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ประสบการณ์ชีวิตทางอ้อมกับผู้อ่าน ไม่ว่าผู้อ่านเหล่านั้นจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านจึงสำคัญ แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นคือการอ่านหนังสือที่ดี มีคุณภาพ และมีความหลากหลาย นอกจากหนังสือวิชาการแล้ว หนังสือวรรณกรรมก็สามารถช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชน ช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีงาม ความคิดสร้างสรรค์ ยกระดับสติปัญญาและจิตใจ เพราะเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ความคิด รวมถึงมุมมองต่อโลก เมื่อเด็กอ่านวรรณกรรม พวกเขาจะซึมซับคุณลักษณะที่ดีของตัวละครทีละเล็กทีละน้อย จึงกล่าวได้ว่าการที่ผู้ใหญ่คัดเลือกวรรณกรรมสักเล่มหนึ่งให้เด็กอ่านถือเป็นกลยุทธ์ในการสอนเด็ก ๆ อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ   วรรณกรรมทั้ง 10 ชุดที่จะแนะนำต่อไปนี้ นานมีบุ๊คส์คัดสรรแล้วว่ามีเนื้อเรื่องและตัวละครที่ให้แง่คิดและมีคุณลักษณะที่โดดเด่นในแง่มุมต่าง ๆ และหวังว่าสักเรื่องจะโดนใจคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวน้อง ๆ เอง   1 แฮร์รี่ พอตเตอร์ “ความกล้าหาญและเสียสละ”     เรื่องราวการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ของ “เด็กชายผู้รอดชีวิต” วรรณกรรมเยาวชนขวัญใจคนทั่วโลก   เมื่อถึงวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของแฮรรี่...

2 เล่มแนะนำช่วยจัดการอารมณ์โกรธได้อยู่หมัด

  ความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เดียวที่ทำลายทุกอย่างลงได้ภายในพริบตา ทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การงาน และมิตรภาพ   วลี โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย เปรียบเปรยได้กับคนที่มีอารมณ์โกรธและโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ใครที่รู้เท่าทันอารมณ์และสะกัดกั้นความโกรธไว้ได้ถือโชคดี แต่ส่วนใหญ่กลับไม่เป็นเช่นนั้น   แท้จริงแล้ว “ความโกรธ” เป็นเพียงความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ วันนี้เราจึงขอแนะนำแนวทางที่จะทำให้คุณรู้จักและรับมือกับความโกรธ ผ่านหนังสือ 2 เล่ม ทั้งจัดการอารมณ์ตัวเอง และรับมือกับอารมณ์เจ้าตัวเล็ก ได้อยู่หมัดโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น   มาเริ่มกันที่เล่มแรก จ้างให้ก็ไม่โกรธ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ชุนซุเกะ อันโดะ (Shunsuke Ando) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการความโกรธ (Anger Management) เป็นคนแรกที่นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสมาคมการจัดการความโกรธแห่งประเทศญี่ปุ่น เนื้อหาเริ่มตั้งแต่การสังเกตรูปแบบความโกรธของตัวเอง เวลาโกรธคุณเป็นแบบไหน และความรุนแรงของความโกรธอยู่ระดับใด บางคนโกรธแล้วชอบระบายอารมณ์ใส่คนอื่นหรือทำลายข้าวของ บางคนโกรธแล้วชอบเก็บกดความโกรธเอาไว้ในใจ หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบความโกรธของตัวเองผ่านการทำแบบทดสอบง่ายๆจนรู้ถึง “นิสัยโกรธ”ของตัวเอง เพราะนิสัยก็คือความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ จากนั้นนำเสนอวีธีแก้ไขด้วยการรับมือกับความโกรธในรูปแบบต่างๆพร้อมโปรแกรมการจัดการความโกรธให้อยู่หมัดภายใน 21 วัน หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนแผนที่ที่คอยแนะนำวิธีรับมือกับความโกรธซึ่งอาจะเกิดขึ้นกับคุณในอนาคต นำทางให้คุณสามารถจัดการอารมณ์ตัวเอง โดยไม่หงุดหงิดหรือโกรธใครง่ายๆอีกต่อไป   ส่วนเล่มต่อไป...

ฝุ่น PM2.5 ทำไมจึงร้าย! พร้อมเรียนรู้ภัยธรรมชาติที่เด็กๆ ควรรู้ ในการ์ตูนความรู้ จากนานมีบุ๊คส์

  จากสถานการณ์หมอกควัน จ.เชียงใหม่ ยังอยู่ในช่วงวิกฤติ เพราะจากรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย ผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ วันที่ 22 มีนาคม 2562 ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ใน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย สูงถึง 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก หากเข้าจมูกไปสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา เกิดอาอาการแสบจมูก และถ้าฝุ่นละอองสะสมอยู่ในอวัยวะเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคหอบหืด โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีปัญหาด้านสุขภาพเป็นทุนเดิม ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคุณพ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจถึงอันตรายจากมลพิษทางอากาศเพื่อที่เขาจะสามารถป้องกันตัวเองในเบื้องต้นจากอันตรายเหล่านั้น ก่อนโรคร้ายจะแวะมาทักทายลูกน้อยของเรา   วันนี้นานมีบุ๊คส์ ขอแนะนำหนังสือการ์ตูนความรู้ พร้อมความสนุกสนาน ชวนเฮฮา ที่จะช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการอ่านมากขึ้น เกี่ยวกับอันตรายจากภัยธรรมชาติ ที่ไม่ควรมองข้าม เล่มที่ 1 เซฟตีแมน ฮีโร่พันธ์โก๊ะ ตอน อันตรายในโรงเรียน   หนังสือรอบรู้เรื่องความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นในโรงเรียน อย่างอันตรายจากฝุ่นละเอียดที่คุกคามชีวิต พร้อมอธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับลักษณะของฝุ่น อย่างฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ที่เกิดจากไอเสียรถยนต์หรือโรงงาน เรียกว่า...