ชวน Rebel Girls เปลี่ยนแปลงสังคม

  “แด่เด็กหัวรั้นบนโลกใบนี้ เธอคือความหวัง เธอคือพลัง จงอย่าก้าวถอยหลัง แล้วทุกคนจะมุ่งไปข้างหน้า” เมื่อดิฉันได้อ่านข้อความที่ ฟรันเชสกา คาวัลโล และเอเลนา ฟาวิลลี เขียนเกริ่นในหนังสือเล่มใหม่ “ร้อยเรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก 2” แล้ว รู้สึกฮึกเหิม เติมไปด้วยไฟ ตอนที่จะแปลคำว่า Rebel เป็นภาษาไทย ทีมงานครุ่นคิดหนัก จะใช้ “หัวรั้น” “ดื้อ” “ขบถ” หรืออะไรดี เราต้องทบทวนความตั้งใจว่า ทำไมถึงอยากจัดพิมพ์ร้อยเรื่องเล่านี้ (ซึ่งตอนนี้รวมกับเล่ม 1 ก็เป็น 200 เรื่องเล่าแล้ว)

  คุณสุวดี จงสถิตย์วัฒนา ก่อตั้งนานมีบุ๊คส์เมื่อ 27 ปีที่แล้วด้วยความตั้งใจสร้างสังคมที่รู้จักตั้งคำถาม “ทำไมเป็นอย่างนั้น” “ทำไมต้องทำแบบนี้” แนวคิด “ผู้ใหญ่ ผู้น้อย” สไตล์ไทยดูเหมือนจะบังคับให้ “ทำ ๆ ไปเถิด” และไม่ส่งเสริมให้ตั้งคำถาม หากเราเมินเฉยกับสภาพปัจจุบัน ไม่ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น ทุกอย่างคงอยู่กับที่ ไม่พัฒนา

  สมัยเด็ก ดิฉันเคยถูกเลือกให้ไปอยู่ “ห้องเด็กมีปัญหา” เพราะดิฉันชอบตั้งคำถามมาก จนครูคิดว่ากวนโอ๊ย ดื้อ หากเจอครูที่คิดไม่เป็น คงถูกกด แต่โชคดีที่ต่อมาได้เจอครูดี ส่งเสริมให้ตั้งคำถาม จนถึงวันนี้ ใช้แนวคิด PDCA (Plan = วางแผน / Do = ทำ / Check = ทบทวน ตรวจสอบ / Act = ทำใหม่แบบปรับปรุง) เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

  มีคนถามว่าอยากให้ทีมงานของนานมีบุ๊คส์เป็นคนแบบไหน ดิฉันตอบว่าอยากได้ Change Maker หรือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง พูดแล้วก็หวนคิดถึงสมัยเรียนจบปริญญาตรี ถามตัวเองว่าเราอยากทำงานอะไร สิ่งที่ชัดเจนคือ เราอยากเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ดิฉันอยากให้ทีมงานของเราตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไปเพื่ออะไร เพราะหากมีวิธีการที่ดีกว่า หากพบว่าสิ่งที่ทำไม่ตอบโจทย์ ก็อยากให้เสนอแนะ และนำพาความเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ อยากให้ทีมงานเป็น Change Maker ในชีวิตครอบครัว ในหมู่บ้านที่อยู่ ในสังคมที่อยู่ และในประเทศที่อยู่ด้วย

  ดิฉันถูกใจคติพจน์ของซิเซโร “เราไม่ได้เกิดมาอยู่เพื่อตัวเองอย่างเดียว ต้องอยู่เพื่อประเทศชาติและเพื่อนของเราด้วย” ความจริงประเทศเรามี Change Maker เยอะมากนะคะ สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันเห็นกลุ่มอาสาสมัครตัดผมในวัดบางพลีใหญ่ รู้สึกดีใจ แต่เมื่อเห็นพี่เก๋ (เพื่อนพนักงานบัญชีที่นานมีบุ๊คส์) ก็ตัดผมอยู่ด้วย ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ

  รู้ไหมคะว่า หลายคนไม่ “ลงมือทำ” เพราะไม่คิดว่า “ทำได้” พวกเราอยากทำหนังสือ “ร้อยเรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก” ก็เพราะอยากปลูกฝังให้คนไทย ตั้งแต่เด็กเล็กถึงผู้ใหญ่ ได้เห็นว่าทุกคนทำได้ โดยเฉพาะผู้หญิง ดิฉันพูดเสมอว่า คนเราไม่ต้องมี passion หรือความสนใจด้านเดียวกัน แต่ทุกคนควรมี passion ทำสิ่งนั้นให้ดีเลิศ เรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ยอมแพ้ ที่สำคัญ เราควรทำให้ดีเพื่อตัวเอง แข่งกันตัวเอง

  ในเล่ม 1 ดิฉันทึ่งในเรื่องราวของ อลิเซีย อลอนโซ เด็กหญิงตาบอดที่ได้กลายเป็นสุดยอดนักบัลเลต์ ถึงแม้ตาจะแทบมองไม่เห็น แต่ก็เต้นด้วยความสง่างามและมั่นใจ ในเล่ม 2 ดิฉันตื่นเต้นไปกับการต่อสู้เพื่อสัตว์ป่าของกลุ่มอสรพิษปากดำในแอฟริกาใต้ ที่ออกลาดตระเวณจนกับทำให้การฆ่าแรดหมดไป โดยมีเพียงสเปรย์พริกไทยกับกุญแจมือเท่านั้น

  เด็กหัวรั้นทั้งหลาย (และผู้ปกครอง!) เห็นไหมว่าทุกคนเปลี่ยนโลกได้ ทุกอาชีพ ทุกวัยเปลี่ยนโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เปลี่ยนโลกได้เหมือนกัน

  มีสำนักพิมพ์จากญี่ปุ่นมาเยี่ยมที่ออฟฟิสของนานมีบุ๊คส์ พวกเขาแปลกใจว่าทำไมผู้หญิงเยอะจัง ความจริงผู้หญิงไทยมีชื่อว่ามีความเท่าเทียมกับผู้ชายมากกว่าประเทศไทยในเอเชียหลายแห่ง แต่ก็ไม่พออยู่ดี เวลาไปสัมมนากับผู้บริหารโรงเรียนรัฐบาล เห็นแต่ครูไทยที่เป็นผู้ชาย เวลาทำงาน หากผู้หญิงพูดดุดัน เต็มไปด้วยอารมณ์ จะถูกเรียกว่า เจ้าอารมณ์ ก้าวร้าว แต่หากผู้ชายพูดแบบเดียวกัน จะถูกชมว่า หนักแน่น ยึดมั่น ตรงประเด็น

  หลายปีก่อน มีพนักงานผู้หญิงมาลาออกด้วยสาเหตุว่า แฟนขอร้องให้เปลี่ยนงาน เพราะทำงานมากเกินไป เมื่อถามว่า คุณไม่สนุกกับงานหรือ แล้วแฟนคุณทำงานอะไร พบว่าความจริงแล้วน้องคนนี้ชอบงานมาก และงานของเขาดีกว่างานของแฟน แต่เขากลัวแฟนเลิกกับเขา เหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉันตั้งคำถามว่า หากผู้หญิงประสบความสำเร็จในการงาน หรือก้าวหน้ากว่าแฟนของตน มักจะถูกค่านิยมของสังคมบีบบังคับให้ลดบทบาท

  เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่า ผู้ปกครองน่าจะอ่านหนังสือ 2 เล่มนี้ให้ลูกชายฟังด้วย เพื่อเติบโตมาแล้วจะได้ให้เกียรติผู้หญิง ส่งเสริมให้ผู้หญิงรอบข้างได้สู้ตามฝันของตัวเอง จึงขอจบบทความนี้ด้วยข้อความเปิดบทของเล่ม 1

  “แต่ (เด็ก) ผู้หญิงผู้คิดนอกกรอบทุกคนบนโลกใบนี้ ฝันให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้น สู้ให้หนักขึ้น และหากลังเลใจขึ้นมาก็ขอให้จำไว้ว่า พวกเธอคิดถูกแล้ว”

โดย คิม จงสถิตย์วัฒนา

kim@nanmeebooks.com



สนใจสั่งซื้อ

คลิก  >> Good Night Stories for Rebel Girls :100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก
คลิก  >> Good Night Stories for Rebel Girls 2 : ร้อยเรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก เล่ม 2 (ปกแข็ง)

Q&A with Apolar

  มักเกิ้ลและผู้วิเศษฟังทางนี้!   หลายท่านคงทราบแล้วว่า ในวาระที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ฉบับแปลภาษาไทยจะมีอายุครบ 20 ปี ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2563 (ส่วนฉบับภาษาอังกฤษนั้นฉลองครบรอบ 20 ปี ไปเมื่อ พ.ศ. 2560) บริษัทเวทมนตร์นานมีบุ๊คส์ได้รับอนุญาตจากเจ.เค. โรว์ลิง ให้ทำภาพปกเองสำหรับหนังสือฉบับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งขอบอกว่าสวยงามตามขนบวีล่าเอามากๆ ผู้วิเศษคนไหนยังไม่เห็นรีบโปรยผงฟลูแล้วมุดเตาผิงไปดูด่วน สำหรับมักเกิ้ลก็คลิก link นี้เลย!   แน่นอนว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้งอกออกมาเองเหมือนต้นแมนเดรก (ถึงแม้ระหว่างสร้างงานจะมีเสียงกรีดร้องมากมายจากทีมงานก็ตาม...เพราะมันสวยมากๆเลยนี่นา) เบื้องหลังภาพปกสวยๆ นี้ คือนักวาดดาวรุ่งชาวไทย อรุษ เอ่งฉ้วน หรือ Apolar แห่งเพจ https://www.facebook.com/Apolar.Arch/ นั่นเอง!!!   แม้ตัวเขาจะอยู่ไกลถึงสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเทคโนโลยีของมักเกิ้ล ทีมงานของนานมีบุ๊คส์ ณ ประเทศไทยจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Apolar โดยไม่ต้องมุดเตาผิงหรือซิ่งไม้กวาดไปไกลถึงอีกซีกโลก เขาเป็นใคร จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ไหนหรือเปล่า จึงสร้างสรรค์ผลงานได้ราวกับใช้เวทมนตร์ เราไปค้นหาคำตอบกันเลย!  Q&A...

นานมีบุ๊คส์ จัดประกวดรางวัลวรรณกรรมรางวัล “แว่นแก้ว” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2561

12 ผลงานเขียนที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย - ประเภทนิทานภาพส่งเสริมคุณธรรม 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “จระเข้ตัวเล็กนิดเดียว” โดย ไอริณ อิสริยะเนตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรื่อง “ทำแบบนี้ดีไหมนะ” โดย ณิชา พีชวณิชย์ (เรื่อง) หมีบี้ (ภาพ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่เรื่อง “ดินดื้อ” โดย นภัสสร ไชยมโนวงศ์ และ รางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ช ช้างอยากเชียร์” โดย พิมพ์หทัย เครือแก้ว (เรื่อง) และ ณัฐรดา กิติคุณเดชา (ภาพ) - ประเภทหนังสือภาพเสริมความรู้ 3 รางวัล ประกอบด้วย...

Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา

    Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา เริ่มต้นจากความโชคร้าย เด็กที่ไม่มีใครต้องการ สู่การผจญภัยอันน่าตื่นตะลึง...วรรณกรรมเยาวชนที่เหมาะชะมัดกับสังคมปัจจุบัน     มอร์ริแกน โครว์ เด็กหญิงอายุย่าง 11 ปีประสบปัญหาเหมือนเด็กสมัยนี้ เธอเกิดมาโดยรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการของใคร ถูกตราหน้าว่าต้องคำสาปและเป็นตัวนำพาความโชคร้ายมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เธอไม่มีเพื่อน คนในครอบครัวก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอไม่มีตัวตน ยกเว้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ผู้ใหญ่รอบตัวก็จะหาเหตุผลมาโยงว่าเป็นเพราะเธอ...น่าเขกกะโหลกผู้ใหญ่พวกนี้ไหมล่ะ เท่านั้นยังไม่พอ มอร์ริแกนโตมาพร้อมความเชื่อที่ถูกกรอกหูทุกวันว่าเมื่ออายุครบ 11 ปีเธอจะต้องตาย ฟังดูแล้วน่าหดหู่สำหรับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง...เอาน่า ไหนดูซิว่าเรื่องราวจะพลิกผันให้เธอกลับมาเป็นที่รักของคนทั่วไป รวมถึงมีพลังวิเศษเหมือนอย่างตัวเอกในวรรณกรรมเด็กเรื่องอื่นๆไหม     หลังจากใช้ชีวิตมา 10 ปี มอร์ริแกนได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมือง Nevermoor (ชื่อหนังสือมาแล้ว >

กลยุทธ์สอนเด็กอย่างแนบเนียนด้วยวรรณกรรม

    ปัจจุบัน ผู้คน เหตุการณ์ รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อม ย่อมมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของเด็ก เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนให้ประสบการณ์ชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม และมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมคุณลักษณะต่างๆ ของพวกเขา   หนังสือเองก็ถือว่ามีอิทธิพลและเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ประสบการณ์ชีวิตทางอ้อมกับผู้อ่าน ไม่ว่าผู้อ่านเหล่านั้นจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านจึงสำคัญ แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นคือการอ่านหนังสือที่ดี มีคุณภาพ และมีความหลากหลาย นอกจากหนังสือวิชาการแล้ว หนังสือวรรณกรรมก็สามารถช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชน ช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีงาม ความคิดสร้างสรรค์ ยกระดับสติปัญญาและจิตใจ เพราะเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ความคิด รวมถึงมุมมองต่อโลก เมื่อเด็กอ่านวรรณกรรม พวกเขาจะซึมซับคุณลักษณะที่ดีของตัวละครทีละเล็กทีละน้อย จึงกล่าวได้ว่าการที่ผู้ใหญ่คัดเลือกวรรณกรรมสักเล่มหนึ่งให้เด็กอ่านถือเป็นกลยุทธ์ในการสอนเด็ก ๆ อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ   วรรณกรรมทั้ง 10 ชุดที่จะแนะนำต่อไปนี้ นานมีบุ๊คส์คัดสรรแล้วว่ามีเนื้อเรื่องและตัวละครที่ให้แง่คิดและมีคุณลักษณะที่โดดเด่นในแง่มุมต่าง ๆ และหวังว่าสักเรื่องจะโดนใจคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวน้อง ๆ เอง   1 แฮร์รี่ พอตเตอร์ “ความกล้าหาญและเสียสละ”     เรื่องราวการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ของ “เด็กชายผู้รอดชีวิต” วรรณกรรมเยาวชนขวัญใจคนทั่วโลก   เมื่อถึงวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของแฮรรี่...

2 เล่มแนะนำช่วยจัดการอารมณ์โกรธได้อยู่หมัด

  ความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เดียวที่ทำลายทุกอย่างลงได้ภายในพริบตา ทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การงาน และมิตรภาพ   วลี โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย เปรียบเปรยได้กับคนที่มีอารมณ์โกรธและโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ใครที่รู้เท่าทันอารมณ์และสะกัดกั้นความโกรธไว้ได้ถือโชคดี แต่ส่วนใหญ่กลับไม่เป็นเช่นนั้น   แท้จริงแล้ว “ความโกรธ” เป็นเพียงความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ วันนี้เราจึงขอแนะนำแนวทางที่จะทำให้คุณรู้จักและรับมือกับความโกรธ ผ่านหนังสือ 2 เล่ม ทั้งจัดการอารมณ์ตัวเอง และรับมือกับอารมณ์เจ้าตัวเล็ก ได้อยู่หมัดโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น   มาเริ่มกันที่เล่มแรก จ้างให้ก็ไม่โกรธ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ชุนซุเกะ อันโดะ (Shunsuke Ando) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการความโกรธ (Anger Management) เป็นคนแรกที่นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสมาคมการจัดการความโกรธแห่งประเทศญี่ปุ่น เนื้อหาเริ่มตั้งแต่การสังเกตรูปแบบความโกรธของตัวเอง เวลาโกรธคุณเป็นแบบไหน และความรุนแรงของความโกรธอยู่ระดับใด บางคนโกรธแล้วชอบระบายอารมณ์ใส่คนอื่นหรือทำลายข้าวของ บางคนโกรธแล้วชอบเก็บกดความโกรธเอาไว้ในใจ หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบความโกรธของตัวเองผ่านการทำแบบทดสอบง่ายๆจนรู้ถึง “นิสัยโกรธ”ของตัวเอง เพราะนิสัยก็คือความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ จากนั้นนำเสนอวีธีแก้ไขด้วยการรับมือกับความโกรธในรูปแบบต่างๆพร้อมโปรแกรมการจัดการความโกรธให้อยู่หมัดภายใน 21 วัน หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนแผนที่ที่คอยแนะนำวิธีรับมือกับความโกรธซึ่งอาจะเกิดขึ้นกับคุณในอนาคต นำทางให้คุณสามารถจัดการอารมณ์ตัวเอง โดยไม่หงุดหงิดหรือโกรธใครง่ายๆอีกต่อไป   ส่วนเล่มต่อไป...

ฝุ่น PM2.5 ทำไมจึงร้าย! พร้อมเรียนรู้ภัยธรรมชาติที่เด็กๆ ควรรู้ ในการ์ตูนความรู้ จากนานมีบุ๊คส์

  จากสถานการณ์หมอกควัน จ.เชียงใหม่ ยังอยู่ในช่วงวิกฤติ เพราะจากรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย ผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ วันที่ 22 มีนาคม 2562 ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ใน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย สูงถึง 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก หากเข้าจมูกไปสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา เกิดอาอาการแสบจมูก และถ้าฝุ่นละอองสะสมอยู่ในอวัยวะเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคหอบหืด โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีปัญหาด้านสุขภาพเป็นทุนเดิม ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคุณพ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจถึงอันตรายจากมลพิษทางอากาศเพื่อที่เขาจะสามารถป้องกันตัวเองในเบื้องต้นจากอันตรายเหล่านั้น ก่อนโรคร้ายจะแวะมาทักทายลูกน้อยของเรา   วันนี้นานมีบุ๊คส์ ขอแนะนำหนังสือการ์ตูนความรู้ พร้อมความสนุกสนาน ชวนเฮฮา ที่จะช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการอ่านมากขึ้น เกี่ยวกับอันตรายจากภัยธรรมชาติ ที่ไม่ควรมองข้าม เล่มที่ 1 เซฟตีแมน ฮีโร่พันธ์โก๊ะ ตอน อันตรายในโรงเรียน   หนังสือรอบรู้เรื่องความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นในโรงเรียน อย่างอันตรายจากฝุ่นละเอียดที่คุกคามชีวิต พร้อมอธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับลักษณะของฝุ่น อย่างฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ที่เกิดจากไอเสียรถยนต์หรือโรงงาน เรียกว่า...