สอนเด็กรุ่นใหม่ให้ทันต่อโลกผ่านวรรณกรรม

 

 

ในขณะที่โลกหมุนเร็วขึ้น เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวล้ำและไม่มีที่สิ้นสุด หลายบริษัทใหญ่ๆ เริ่มมีการลดปริมาณคนทำงานลง และนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่มากขึ้นในชีวิตประจำวัน จึงส่งผลให้จำนวนการจ้างงานน้อยลง คนตกงานมากขึ้น แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

หลายคนคงมีคำถามข้อนี้ในใจกันอยู่แล้ว เราจึงอยากแนะนำผลงานวิจัยของ Dr. Tony Wagner เพราะเมื่อโลกมาทิศทางนี้เราจึงต้องปรับตัวฝึกให้เด็กไทยมีทักษะทั้ง 7 ด้าน

1. Critical thinking and problem-solving การคิดเป็นและแก้ปัญหาได้
2. Collaboration across networks and leading by influence สอนให้เด็กมีทักษะและทำงานร่วมกัน
3. Agility and adaptability มีความสามารถในการรับมือกับข้อผิดพลาด
4. Initiative and entrepreneurialism คิดแบบผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่สามารถทำงานคนเดียวได้ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย
5. Effective oral and written communication ฝึกทักษะการสื่อสาร สื่อสารให้เป็น
6. Accessing and analysing information ทักษะการเลือกและวิเคราะห์ข้อมูลเป็น
7. Curiosity and imagination ทักษะการตั้งโจทย์ ความอยากรู้และกล้าฝัน
(อ้างอิงจาก : ผลงานวิจัยของ Dr. Tony Wagner, co-director of Harvard's Change Leadership Group)

โลกเคลื่อนไปในทิศทางนี้แน่นอนแล้ว ในฐานะคนทำหนังสือ เราจะช่วยกันชี้ให้สังคมเห็นว่าเราสอนเด็ก ผ่านการเรียนรู้ผ่านและลงมือทำ มีประสบการณ์ รักที่จะค้นคว้าจากแหล่งต่างๆอย่างกว้างขวาง และสร้างสังคมการอ่านให้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างจาก เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ตัวละครในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอเป็นนักอ่านตัวยง ค้นคว้าหาความรู้จากการอ่าน ถ้าหากคุณเคยดู หรือเคยได้อ่านหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะพบว่าหลากหลายเหตุการณ์ที่พวกเขาเจออุปสรรคและผ่านพ้นมาได้ ไม่ใช่แค่ความโชคดี แต่ส่วนหนึ่งมาจากความฉลาดของเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

ซึ่งวรรณกรรมเหล่านี้ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ยังคงเป็นสิ่งที่จรรโลงหัวใจผู้อ่านอยู่เสมอโดยเฉพาะวรรณกรรมเยาวชนที่ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย เด็ก วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ต่างก็สามารถเชื่อมโยงและจินตนาการไปกับเรื่องราวสุดประทับใจบนหน้ากระดาษได้ทุกครั้งที่หยิบมาพลิกอ่าน ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้เพลิดเพลินแล้ว ยังได้ทำให้ก่อเกิดจินตนาการและเปิดมุมมองสู่วิธีคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตได้เกิดการพัฒนา ต่อยอดสู่การสร้างสรรค์และจรรโลงชีวิตและสังคมต่อไป

สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือ ที่เน้นเรื่องการพัฒนาคนด้วยการอ่านมานานนับสามทศวรรษ ได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักถึงคุณค่าของวรรณกรรมเยาวชน โดยเฉพาะในยุคที่หนังสือได้กำลังถูกสื่อต่างๆ แย่งตัวผู้อ่านรุ่นใหม่ไปจากโลกวรรณกรรม โดยเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือเหล่านี้ที่สอนให้เราเรียนรู้การแก้ปัญหา การใช้ชีวิต มุมมอง การสะท้อนสังคม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทำได้

มาร่วมหาวรรณกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจกันได้ที่ บู๊ทนานมีบุ๊คส์ ในงานเทศกาล LIT Fest วันที่ 18-19-20 มกราคม 62 นี้ (16.00-22.00 น.) ณ มิวเซียมสยาม

 

Q&A with Apolar

  มักเกิ้ลและผู้วิเศษฟังทางนี้!   หลายท่านคงทราบแล้วว่า ในวาระที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ฉบับแปลภาษาไทยจะมีอายุครบ 20 ปี ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2563 (ส่วนฉบับภาษาอังกฤษนั้นฉลองครบรอบ 20 ปี ไปเมื่อ พ.ศ. 2560) บริษัทเวทมนตร์นานมีบุ๊คส์ได้รับอนุญาตจากเจ.เค. โรว์ลิง ให้ทำภาพปกเองสำหรับหนังสือฉบับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งขอบอกว่าสวยงามตามขนบวีล่าเอามากๆ ผู้วิเศษคนไหนยังไม่เห็นรีบโปรยผงฟลูแล้วมุดเตาผิงไปดูด่วน สำหรับมักเกิ้ลก็คลิก link นี้เลย!   แน่นอนว่าภาพเหล่านี้ไม่ได้งอกออกมาเองเหมือนต้นแมนเดรก (ถึงแม้ระหว่างสร้างงานจะมีเสียงกรีดร้องมากมายจากทีมงานก็ตาม...เพราะมันสวยมากๆเลยนี่นา) เบื้องหลังภาพปกสวยๆ นี้ คือนักวาดดาวรุ่งชาวไทย อรุษ เอ่งฉ้วน หรือ Apolar แห่งเพจ https://www.facebook.com/Apolar.Arch/ นั่นเอง!!!   แม้ตัวเขาจะอยู่ไกลถึงสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเทคโนโลยีของมักเกิ้ล ทีมงานของนานมีบุ๊คส์ ณ ประเทศไทยจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Apolar โดยไม่ต้องมุดเตาผิงหรือซิ่งไม้กวาดไปไกลถึงอีกซีกโลก เขาเป็นใคร จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ไหนหรือเปล่า จึงสร้างสรรค์ผลงานได้ราวกับใช้เวทมนตร์ เราไปค้นหาคำตอบกันเลย!  Q&A...

นานมีบุ๊คส์ จัดประกวดรางวัลวรรณกรรมรางวัล “แว่นแก้ว” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2561

12 ผลงานเขียนที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย - ประเภทนิทานภาพส่งเสริมคุณธรรม 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “จระเข้ตัวเล็กนิดเดียว” โดย ไอริณ อิสริยะเนตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรื่อง “ทำแบบนี้ดีไหมนะ” โดย ณิชา พีชวณิชย์ (เรื่อง) หมีบี้ (ภาพ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่เรื่อง “ดินดื้อ” โดย นภัสสร ไชยมโนวงศ์ และ รางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ช ช้างอยากเชียร์” โดย พิมพ์หทัย เครือแก้ว (เรื่อง) และ ณัฐรดา กิติคุณเดชา (ภาพ) - ประเภทหนังสือภาพเสริมความรู้ 3 รางวัล ประกอบด้วย...

Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา

    Nevermoor บททดสอบชี้ชะตา เริ่มต้นจากความโชคร้าย เด็กที่ไม่มีใครต้องการ สู่การผจญภัยอันน่าตื่นตะลึง...วรรณกรรมเยาวชนที่เหมาะชะมัดกับสังคมปัจจุบัน     มอร์ริแกน โครว์ เด็กหญิงอายุย่าง 11 ปีประสบปัญหาเหมือนเด็กสมัยนี้ เธอเกิดมาโดยรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการของใคร ถูกตราหน้าว่าต้องคำสาปและเป็นตัวนำพาความโชคร้ายมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เธอไม่มีเพื่อน คนในครอบครัวก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนเธอไม่มีตัวตน ยกเว้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ผู้ใหญ่รอบตัวก็จะหาเหตุผลมาโยงว่าเป็นเพราะเธอ...น่าเขกกะโหลกผู้ใหญ่พวกนี้ไหมล่ะ เท่านั้นยังไม่พอ มอร์ริแกนโตมาพร้อมความเชื่อที่ถูกกรอกหูทุกวันว่าเมื่ออายุครบ 11 ปีเธอจะต้องตาย ฟังดูแล้วน่าหดหู่สำหรับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง...เอาน่า ไหนดูซิว่าเรื่องราวจะพลิกผันให้เธอกลับมาเป็นที่รักของคนทั่วไป รวมถึงมีพลังวิเศษเหมือนอย่างตัวเอกในวรรณกรรมเด็กเรื่องอื่นๆไหม     หลังจากใช้ชีวิตมา 10 ปี มอร์ริแกนได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมือง Nevermoor (ชื่อหนังสือมาแล้ว >

กลยุทธ์สอนเด็กอย่างแนบเนียนด้วยวรรณกรรม

    ปัจจุบัน ผู้คน เหตุการณ์ รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อม ย่อมมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของเด็ก เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนให้ประสบการณ์ชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม และมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมคุณลักษณะต่างๆ ของพวกเขา   หนังสือเองก็ถือว่ามีอิทธิพลและเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ประสบการณ์ชีวิตทางอ้อมกับผู้อ่าน ไม่ว่าผู้อ่านเหล่านั้นจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านจึงสำคัญ แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นคือการอ่านหนังสือที่ดี มีคุณภาพ และมีความหลากหลาย นอกจากหนังสือวิชาการแล้ว หนังสือวรรณกรรมก็สามารถช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชน ช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีงาม ความคิดสร้างสรรค์ ยกระดับสติปัญญาและจิตใจ เพราะเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ความคิด รวมถึงมุมมองต่อโลก เมื่อเด็กอ่านวรรณกรรม พวกเขาจะซึมซับคุณลักษณะที่ดีของตัวละครทีละเล็กทีละน้อย จึงกล่าวได้ว่าการที่ผู้ใหญ่คัดเลือกวรรณกรรมสักเล่มหนึ่งให้เด็กอ่านถือเป็นกลยุทธ์ในการสอนเด็ก ๆ อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพ   วรรณกรรมทั้ง 10 ชุดที่จะแนะนำต่อไปนี้ นานมีบุ๊คส์คัดสรรแล้วว่ามีเนื้อเรื่องและตัวละครที่ให้แง่คิดและมีคุณลักษณะที่โดดเด่นในแง่มุมต่าง ๆ และหวังว่าสักเรื่องจะโดนใจคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวน้อง ๆ เอง   1 แฮร์รี่ พอตเตอร์ “ความกล้าหาญและเสียสละ”     เรื่องราวการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ของ “เด็กชายผู้รอดชีวิต” วรรณกรรมเยาวชนขวัญใจคนทั่วโลก   เมื่อถึงวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของแฮรรี่...

2 เล่มแนะนำช่วยจัดการอารมณ์โกรธได้อยู่หมัด

  ความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เดียวที่ทำลายทุกอย่างลงได้ภายในพริบตา ทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การงาน และมิตรภาพ   วลี โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย เปรียบเปรยได้กับคนที่มีอารมณ์โกรธและโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ใครที่รู้เท่าทันอารมณ์และสะกัดกั้นความโกรธไว้ได้ถือโชคดี แต่ส่วนใหญ่กลับไม่เป็นเช่นนั้น   แท้จริงแล้ว “ความโกรธ” เป็นเพียงความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ วันนี้เราจึงขอแนะนำแนวทางที่จะทำให้คุณรู้จักและรับมือกับความโกรธ ผ่านหนังสือ 2 เล่ม ทั้งจัดการอารมณ์ตัวเอง และรับมือกับอารมณ์เจ้าตัวเล็ก ได้อยู่หมัดโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น   มาเริ่มกันที่เล่มแรก จ้างให้ก็ไม่โกรธ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ชุนซุเกะ อันโดะ (Shunsuke Ando) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการความโกรธ (Anger Management) เป็นคนแรกที่นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสมาคมการจัดการความโกรธแห่งประเทศญี่ปุ่น เนื้อหาเริ่มตั้งแต่การสังเกตรูปแบบความโกรธของตัวเอง เวลาโกรธคุณเป็นแบบไหน และความรุนแรงของความโกรธอยู่ระดับใด บางคนโกรธแล้วชอบระบายอารมณ์ใส่คนอื่นหรือทำลายข้าวของ บางคนโกรธแล้วชอบเก็บกดความโกรธเอาไว้ในใจ หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบความโกรธของตัวเองผ่านการทำแบบทดสอบง่ายๆจนรู้ถึง “นิสัยโกรธ”ของตัวเอง เพราะนิสัยก็คือความเคยชินทางอารมณ์ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขได้ จากนั้นนำเสนอวีธีแก้ไขด้วยการรับมือกับความโกรธในรูปแบบต่างๆพร้อมโปรแกรมการจัดการความโกรธให้อยู่หมัดภายใน 21 วัน หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนแผนที่ที่คอยแนะนำวิธีรับมือกับความโกรธซึ่งอาจะเกิดขึ้นกับคุณในอนาคต นำทางให้คุณสามารถจัดการอารมณ์ตัวเอง โดยไม่หงุดหงิดหรือโกรธใครง่ายๆอีกต่อไป   ส่วนเล่มต่อไป...

ฝุ่น PM2.5 ทำไมจึงร้าย! พร้อมเรียนรู้ภัยธรรมชาติที่เด็กๆ ควรรู้ ในการ์ตูนความรู้ จากนานมีบุ๊คส์

  จากสถานการณ์หมอกควัน จ.เชียงใหม่ ยังอยู่ในช่วงวิกฤติ เพราะจากรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย ผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ วันที่ 22 มีนาคม 2562 ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ใน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย สูงถึง 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก หากเข้าจมูกไปสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา เกิดอาอาการแสบจมูก และถ้าฝุ่นละอองสะสมอยู่ในอวัยวะเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคหอบหืด โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีปัญหาด้านสุขภาพเป็นทุนเดิม ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคุณพ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักและเข้าใจถึงอันตรายจากมลพิษทางอากาศเพื่อที่เขาจะสามารถป้องกันตัวเองในเบื้องต้นจากอันตรายเหล่านั้น ก่อนโรคร้ายจะแวะมาทักทายลูกน้อยของเรา   วันนี้นานมีบุ๊คส์ ขอแนะนำหนังสือการ์ตูนความรู้ พร้อมความสนุกสนาน ชวนเฮฮา ที่จะช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการอ่านมากขึ้น เกี่ยวกับอันตรายจากภัยธรรมชาติ ที่ไม่ควรมองข้าม เล่มที่ 1 เซฟตีแมน ฮีโร่พันธ์โก๊ะ ตอน อันตรายในโรงเรียน   หนังสือรอบรู้เรื่องความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นในโรงเรียน อย่างอันตรายจากฝุ่นละเอียดที่คุกคามชีวิต พร้อมอธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับลักษณะของฝุ่น อย่างฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ที่เกิดจากไอเสียรถยนต์หรือโรงงาน เรียกว่า...