หน้าหลัก/บทความ/ ข่าวสาร / เงื่อนไขในการเป็นผู้ใหญ่ที่นักเขียนคังจีย็องอยากบอก โดยถ่ายทอดสู่นวนิยายเล่มใหม่ “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง” /
22 ตุลาคม 2026
0

เงื่อนไขในการเป็นผู้ใหญ่ที่นักเขียนคังจีย็องอยากบอก โดยถ่ายทอดสู่นวนิยายเล่มใหม่ “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง”

favorite

เงื่อนไขในการเป็นผู้ใหญ่ที่นักเขียนคังจีย็องอยากบอก
โดยถ่ายทอดสู่นวนิยายเล่มใหม่ “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง” 


“ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง (죽지 않고 어른이 되는 법)”  เป็นเรื่องราววนลูปซึ่งนำเสนอชีวิตของ “แจอี” ตัวละครที่ฝันอยากจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ดันตายถึงหกครั้งและได้กลับมาใช้ชีวิตอีก

ผลงานแนววนลูปที่มีอยู่ทั่วไปจะเป็นเรื่องราวการหยุดยั้งความตายของคนรัก หรือไม่ก็ใช้ข้อมูลที่รู้ล่วงหน้ามาสร้างความร่ำรวยและชื่อเสียงกันเสียมาก   ฉันเลือกใช้คีย์เวิร์ด “การมีชีวิตรอด” เพราะมันเป็นเหตุผลที่สมจริง  ความฝันของเด็กอยู่ในอนาคตฉันใด ความฝันของผู้ใหญ่ก็ย่อมอยู่ในอดีตฉันนั้น  ฉันอยากเล่าเรื่องแฝงคติผ่านการมองโลกแฟนตาซีว่า จริง ๆ แล้วด่านที่ต้องผ่านไปยังอนาคตมันหนักหนาขนาดไหน  ตัวละครแจอีในเรื่องไม่ได้สนใจเลขลอตเตอรีหรือกราฟหุ้น แต่เป็นคนที่มีเป้าหมายเพื่อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว  เด็กที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในป่าทึบจึงได้แต่หนาวเหน็บ โหยหิว และมีเพียงการต่อสู้เท่านั้น บางทีความหนาวเหน็บและความโหยหิวของแจอีอาจเป็นการละเลยและการทรยศหักหลังของผู้ใหญ่ก็ได้





แจอีร่วมมือกันกับ “โซย็อง” ผู้ใหญ่ที่เป็นนักให้คำปรึกษาประจำศูนย์ให้คำปรึกษาเพื่อเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อดทนฟันฝ่าประสบการณ์จุดจบจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัย

ในผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดสองเรื่องราว คือ วิธีไม่ตายและโตเป็นผู้ใหญ่ กับวิธีเผชิญหน้ากับความตายในฐานะผู้ใหญ่ที่ดี  โซย็องรอดตายอย่างหวุดหวิดและได้โตเป็นผู้ใหญ่ ถึงอย่างนั้นในช่วงต้นเรื่องก็พูดยากว่าตัวละครของเธอดูสมกับเป็นผู้ใหญ่  แต่พอผ่านไปถึงช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง เธอก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบในชีวิตคนอื่น และรู้สึกสงบสุขขึ้นหลังจากได้ช่วยด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด  หลังจากตระหนักได้ถึงความกล้าและการเสียสละของโซย็อง แจอีจึงกลายเป็นผู้ใหญ่เป็นครั้งแรกขึ้นมา  ฉันเขียนออกมาเพื่อสื่อว่านี่คือตัวอย่างที่สังคมในปัจจุบันควรแสดงออกอย่างถูกต้องต่อคนรุ่นใหม่  ฉันว่าเราควรมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่ผู้หญิงจะได้สามัคคีกันและไม่ต้องคอยพึ่งพิงความรักจากแม่  (น่าแปลกเหมือนกันที่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะเป็นแม่คน แต่ทำไมเรากลับคิดว่ามีเพียงการเสียสละของแม่เท่านั้นที่สูงส่ง)  ฉันอยากนำเสนอสิ่งนี้ผ่านเรื่องราวของคนต่างสายเลือดอย่างแจอีกับโซย็อง

    

เมื่อต้องหลอมรวมเข้ากับเด็กหญิงผู้ใช้ชีวิตอย่างหัวเดียวกระเทียมลีบ จู่ๆ ก็เกิดอึดอัดเพราะย้อนกลับมาคิดถึงตัวเอง  รู้สึกอย่างไรบ้างขณะเขียนผลงานชิ้นนี้

แจอีตายและเกิดใหม่ถึงหกครั้ง  ในเรื่องมีส่วนที่บรรยายว่าความเจ็บปวดจากการเกิดมีมากเสียยิ่งกว่าการตาย  ฉันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่บรรยายการเกิดใหม่ นี่ฉันโยนแจอีเข้าไปในโลกอันแสนโหดร้ายอีกแล้วสินะ ช่างน่าเศร้า  หลังจากคลอดลูกแล้วก็ยังรู้สึกคล้าย ๆ กัน  การที่เด็กเกิดออกมาเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เบื้องหลังก็มีหลายคราที่คนเป็นแม่รู้สึกถึงความรับผิดชอบหรือเป็นโรคซึมเศร้า  ฉันคิดมาตลอดเลยว่าพวกเราดีใจกันอย่างออกหน้าออกตา และปกปิดความเปล่าเปลี่ยวของการคลอดกับการเกิดกันมานาน  พอภาพสมัยเด็กที่ฉันเคยเผชิญกับคังจีย็องที่ค่อย ๆ แก่ตัวลงเหมือนโซย็องสะท้อนออกมา ฉากที่ดูน่าสนใจสำหรับนักอ่านก็คงไม่ต่างจากการเปิดเผยความในใจสำหรับนักเขียนอย่างฉัน ฉันจึงเขียนผลงานชิ้นนี้จนเสร็จลุล่วงโดยพยายามไม่จมอยู่กับอารมณ์นั้น



สิ่งที่ตนค้นพบผ่านผลงาน

ฉันมีผลงานเขียนแนวคัมมิงออฟเอจ (coming of age) ชื่อว่า ทาสรับใช้ของเอลซา(엘자의 하인  )  ฉันใช้เมืองพาจูซึ่งเป็นบ้านเกิดเป็นฉากหลัง เล่าเรื่องราวประสบการณ์ในวัยเด็กของฉันและเรื่องราวของคนในครอบครัว  มีส่วนที่ฉันเล่าว่านักเขียนจะสร้างผลงานแนวคัมมิงออฟเอจที่เป็นอัตชีวประวัติได้แค่ครั้งเดียวในชีวิตด้วย แต่ระหว่างที่เขียน  “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง”  ฉันก็คิดว่าเราเขียนสองครั้งหรือสามสี่ครั้งเลยก็ได้นี่นา  อัตชีวประวัติไม่ได้หมายความว่าต้องถ่ายทอดเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไปตรง ๆ เสียหน่อย  ฉันคิดว่าเราจะสร้างเรื่องราวที่เคยประสบพบเจอขึ้นมาใหม่ก็ได้ หรือจะจับไปใส่แนวเรื่องอื่น ๆ แล้วแสดงออกมาใหม่ก็ได้เหมือนกัน  แล้วก็คิดว่าไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องในอดีตที่ฉันสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ช่วงเวลาการเติบโตของฉันในมุมมองของคนอื่นก็นับว่าเป็นผลงานคัมมิงออฟเอจแนวอัตชีวประวัติด้วย  ฉันได้รับรู้ผ่าน  “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง” ว่ามาตรฐานของการเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราแค่คนเดียว และการเลี้ยงดูคนสักคนหนึ่งต้องใช้ความเสียสละและความเอาใจใส่ของคนหลายคน นั่นคือสิ่งที่นักเขียนและนักเคลื่อนไหวอย่างฉันต้องถ่ายทอดผ่านผลงานและลงมือทำจริง




วิธีเป็นผู้ใหญ่ที่คุณคิด

ฉันอายุห่างกับน้องมาก ห่างกันแปดปี  คนที่สอนตัวอักษรภาษาเกาหลีกับอังกฤษให้น้องก็คือฉัน  ในยุคที่ไม่มีสมาร์ตโฟน เวลาเดินทางไกล ๆ ฉันจะซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่มแล้วบังคับให้น้องอ่าน  พอมาคิดดูตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่าฉันต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ  ตอนนี้ฉันรู้สึกเสียใจหน่อย ๆ  น้องเป็นคนร่าเริง ชอบเล่นกีฬา และเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น  แต่ไม่นานมานี้น้องเพิ่งบอกฉันว่าเวลาที่พี่ให้หนังสือมา น้องไม่ได้อ่าน แต่แกล้งทำเป็นอ่าน  ถ้าเป็นตอนนี้เวลานั่งรถไฟ เราก็คงพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยขณะชมวิวหรือไม่ก็ซื้ออาหารมากินกันแท้ ๆ  ดูเหมือนว่าฉันจะบังคับให้น้องเป็นคนในแบบที่ฉันคาดหวัง  การที่เด็กคนหนึ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องใช้การยอมรับและความเอาใจใส่จากคนรอบข้าง  หากพวกผู้ใหญ่ละเลยหน้าที่ก็ควรจะวิจารณ์ได้ และต้องมีผู้ใหญ่คนอื่นที่คอยสอดส่องดูแลผู้ใหญ่พวกนั้นอีกทีด้วย  ฉันคิดว่าสังคมคือคนที่เลี้ยงดูเด็ก




นอกจากนักเขียนฮันกังที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมยอดเยี่ยมแล้ว ข่าวเรื่อง คุณนายชิมเป็นฆาตกร (심여사는 킬러) ของคังจีย็องที่ได้เผยแพร่ในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และอื่นๆ กว่า 14 ประเทศได้สร้างพลังสดใหม่ในแวดวงวรรณกรรม

คุณนักเขียนฮันกังเป็นบุคคลที่ฉันชื่นชอบมาก ๆ  ทุกปีเวลาไปสอนที่มหาวิทยาลัยก็จะให้นักศึกษาอ่านเรื่องสั้นของคุณฮันกัง มันทำให้รู้ว่าฉันมองไม่ผิดจริง ๆ  ฉันเคยคิดว่าคนเสพวรรณกรรมเกาหลีก็มีแต่คนในประเทศ แต่ตอนนี้ฉันเห็นความเป็นไปได้ที่เรื่องราวและความอ่อนไหวของนักเขียนชาวเกาหลีจะแผ่ขยายไปถึงต่างประเทศ



เรื่องราวของผู้หญิงที่อยากนำเสนออีก

ตอนนี้ฉันมีผลงานใหม่ ชื่อเรื่องว่า มนุษย์ยิ่งกว่ามนุษย์ (인간보다 인간적인) เป็นเรื่องราวของเผ่าพันธุ์อื่นที่อยู่ในคราบมนุษย์ โดยมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงทั้งหมด  ในผลงานใหม่นี้บรรยายถึงการรวมตัวกัน ความสามัคคี และการต่อสู้ในรูปแบบใหม่เหมือนกับที่เคยนำเสนอด้านครอบครัวต่างสายเลือดของแจอีกับโซย็อง โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่เข้มข้นขึ้นและคงจะสนุกมากขึ้น  ฉันวางแผนว่าในอนาคตก็จะเขียนนวนิยายที่มีตัวละครหญิงแข็งแกร่งต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเหล่าแจอีในรุ่นถัดไปของฉัน




[ ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง ].

เรื่องราวของ "ซงแจอี" เด็กหญิงผู้โชคร้ายที่เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์เพราะการละเลยของผู้ใหญ่ แต่เธอกลับได้โอกาสเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 6 ครั้ง ทว่าก็ยังไม่สามารถเติบโตเป็น “ผู้ใหญ่” ได้สักที ทุกชาติเต็มไปด้วยความผิดพลาด ความกลัว และการทดสอบที่โหดร้าย 

จนกระทั่งการกลับชาติมาเกิดครั้งที่ 7 แจอีต้องหาคำตอบให้ได้ว่าแท้จริงแล้ว การ “โตเป็นผู้ใหญ่” หมายถึงอะไร และจะทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้น...จากวังวนแห่งความตายซ้ำซากนั้น นวนิยายเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวแฟนตาซีทะลุมิติ แต่ยังสะท้อนความสับสน ว้าวุ่น และความเจ็บปวดของ “ผู้ใหญ่มือใหม่” ทุกคนที่ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิต ทั้งการให้อภัย การรับผิดชอบ ความรัก และการเอาตัวรอดเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ

.

เขียน คังจีย็อง 

แปล วิลาสินี ชวาลรติกุล 

ภาพปก thani 

บรรณาธิการต้นฉบับ สุชนา ชุณหะนันทน์

#พิเศษสั่งซื้อตรงกับสนพ 3 ช่องทาง (Web/Line/FB)

Website Nanmeebooks: https://bit.ly/42OD3WF

Facebook inbox: m.me/Lumi.pub

Line: @nanmeebooks หรือคลิก https://lin.ee/AyI5W6p

avatar - Writer | นานมีบุ๊คส์
Writer
นานมีบุ๊คส์
เราเชื่อว่า “หนังสือสร้างตัวตน” เราคัดเลือกหนังสือคุณภาพดีอย่างตั้งใจจากทั่วโลก ไม่ว่าจะแปลจากภาษาอังกฤษ เยอรมัน โปแลนด์ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สเปน ฝรั่งเศส สวีเดน และ ประเทศไทย
ลูกค้าสัมพันธ์
การช่วยเหลือ
บริการต่างๆ
เกี่ยวกับเรา
เลขที่ 11 ซอยสวัสดี ซอย สุขุมวิท 31
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10110

ตรวจสอบสถานะการจัดส่ง
ติดตามเราได้ที่
ช่องทางการชำระเงิน
  • Mastercard
  • Visa
© 2026 nanmeebooks.com All Right Reserved.