เงื่อนไขในการเป็นผู้ใหญ่ที่นักเขียนคังจีย็องอยากบอก โดยถ่ายทอดสู่นวนิยายเล่มใหม่ “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง”
เงื่อนไขในการเป็นผู้ใหญ่ที่นักเขียนคังจีย็องอยากบอก
โดยถ่ายทอดสู่นวนิยายเล่มใหม่ “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง”

“ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง (죽지 않고 어른이 되는 법)” เป็นเรื่องราววนลูปซึ่งนำเสนอชีวิตของ “แจอี” ตัวละครที่ฝันอยากจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ดันตายถึงหกครั้งและได้กลับมาใช้ชีวิตอีก
ผลงานแนววนลูปที่มีอยู่ทั่วไปจะเป็นเรื่องราวการหยุดยั้งความตายของคนรัก หรือไม่ก็ใช้ข้อมูลที่รู้ล่วงหน้ามาสร้างความร่ำรวยและชื่อเสียงกันเสียมาก ฉันเลือกใช้คีย์เวิร์ด “การมีชีวิตรอด” เพราะมันเป็นเหตุผลที่สมจริง ความฝันของเด็กอยู่ในอนาคตฉันใด ความฝันของผู้ใหญ่ก็ย่อมอยู่ในอดีตฉันนั้น ฉันอยากเล่าเรื่องแฝงคติผ่านการมองโลกแฟนตาซีว่า จริง ๆ แล้วด่านที่ต้องผ่านไปยังอนาคตมันหนักหนาขนาดไหน ตัวละครแจอีในเรื่องไม่ได้สนใจเลขลอตเตอรีหรือกราฟหุ้น แต่เป็นคนที่มีเป้าหมายเพื่อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว เด็กที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในป่าทึบจึงได้แต่หนาวเหน็บ โหยหิว และมีเพียงการต่อสู้เท่านั้น บางทีความหนาวเหน็บและความโหยหิวของแจอีอาจเป็นการละเลยและการทรยศหักหลังของผู้ใหญ่ก็ได้

แจอีร่วมมือกันกับ “โซย็อง” ผู้ใหญ่ที่เป็นนักให้คำปรึกษาประจำศูนย์ให้คำปรึกษาเพื่อเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อดทนฟันฝ่าประสบการณ์จุดจบจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัย
ในผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดสองเรื่องราว คือ วิธีไม่ตายและโตเป็นผู้ใหญ่ กับวิธีเผชิญหน้ากับความตายในฐานะผู้ใหญ่ที่ดี โซย็องรอดตายอย่างหวุดหวิดและได้โตเป็นผู้ใหญ่ ถึงอย่างนั้นในช่วงต้นเรื่องก็พูดยากว่าตัวละครของเธอดูสมกับเป็นผู้ใหญ่ แต่พอผ่านไปถึงช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง เธอก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบในชีวิตคนอื่น และรู้สึกสงบสุขขึ้นหลังจากได้ช่วยด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด หลังจากตระหนักได้ถึงความกล้าและการเสียสละของโซย็อง แจอีจึงกลายเป็นผู้ใหญ่เป็นครั้งแรกขึ้นมา ฉันเขียนออกมาเพื่อสื่อว่านี่คือตัวอย่างที่สังคมในปัจจุบันควรแสดงออกอย่างถูกต้องต่อคนรุ่นใหม่ ฉันว่าเราควรมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่ผู้หญิงจะได้สามัคคีกันและไม่ต้องคอยพึ่งพิงความรักจากแม่ (น่าแปลกเหมือนกันที่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะเป็นแม่คน แต่ทำไมเรากลับคิดว่ามีเพียงการเสียสละของแม่เท่านั้นที่สูงส่ง) ฉันอยากนำเสนอสิ่งนี้ผ่านเรื่องราวของคนต่างสายเลือดอย่างแจอีกับโซย็อง
เมื่อต้องหลอมรวมเข้ากับเด็กหญิงผู้ใช้ชีวิตอย่างหัวเดียวกระเทียมลีบ จู่ๆ ก็เกิดอึดอัดเพราะย้อนกลับมาคิดถึงตัวเอง รู้สึกอย่างไรบ้างขณะเขียนผลงานชิ้นนี้
แจอีตายและเกิดใหม่ถึงหกครั้ง ในเรื่องมีส่วนที่บรรยายว่าความเจ็บปวดจากการเกิดมีมากเสียยิ่งกว่าการตาย ฉันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่บรรยายการเกิดใหม่ นี่ฉันโยนแจอีเข้าไปในโลกอันแสนโหดร้ายอีกแล้วสินะ ช่างน่าเศร้า หลังจากคลอดลูกแล้วก็ยังรู้สึกคล้าย ๆ กัน การที่เด็กเกิดออกมาเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เบื้องหลังก็มีหลายคราที่คนเป็นแม่รู้สึกถึงความรับผิดชอบหรือเป็นโรคซึมเศร้า ฉันคิดมาตลอดเลยว่าพวกเราดีใจกันอย่างออกหน้าออกตา และปกปิดความเปล่าเปลี่ยวของการคลอดกับการเกิดกันมานาน พอภาพสมัยเด็กที่ฉันเคยเผชิญกับคังจีย็องที่ค่อย ๆ แก่ตัวลงเหมือนโซย็องสะท้อนออกมา ฉากที่ดูน่าสนใจสำหรับนักอ่านก็คงไม่ต่างจากการเปิดเผยความในใจสำหรับนักเขียนอย่างฉัน ฉันจึงเขียนผลงานชิ้นนี้จนเสร็จลุล่วงโดยพยายามไม่จมอยู่กับอารมณ์นั้น

สิ่งที่ตนค้นพบผ่านผลงาน
ฉันมีผลงานเขียนแนวคัมมิงออฟเอจ (coming of age) ชื่อว่า ทาสรับใช้ของเอลซา(엘자의 하인 ) ฉันใช้เมืองพาจูซึ่งเป็นบ้านเกิดเป็นฉากหลัง เล่าเรื่องราวประสบการณ์ในวัยเด็กของฉันและเรื่องราวของคนในครอบครัว มีส่วนที่ฉันเล่าว่านักเขียนจะสร้างผลงานแนวคัมมิงออฟเอจที่เป็นอัตชีวประวัติได้แค่ครั้งเดียวในชีวิตด้วย แต่ระหว่างที่เขียน “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง” ฉันก็คิดว่าเราเขียนสองครั้งหรือสามสี่ครั้งเลยก็ได้นี่นา อัตชีวประวัติไม่ได้หมายความว่าต้องถ่ายทอดเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไปตรง ๆ เสียหน่อย ฉันคิดว่าเราจะสร้างเรื่องราวที่เคยประสบพบเจอขึ้นมาใหม่ก็ได้ หรือจะจับไปใส่แนวเรื่องอื่น ๆ แล้วแสดงออกมาใหม่ก็ได้เหมือนกัน แล้วก็คิดว่าไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องในอดีตที่ฉันสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ช่วงเวลาการเติบโตของฉันในมุมมองของคนอื่นก็นับว่าเป็นผลงานคัมมิงออฟเอจแนวอัตชีวประวัติด้วย ฉันได้รับรู้ผ่าน “ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง” ว่ามาตรฐานของการเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราแค่คนเดียว และการเลี้ยงดูคนสักคนหนึ่งต้องใช้ความเสียสละและความเอาใจใส่ของคนหลายคน นั่นคือสิ่งที่นักเขียนและนักเคลื่อนไหวอย่างฉันต้องถ่ายทอดผ่านผลงานและลงมือทำจริง

วิธีเป็นผู้ใหญ่ที่คุณคิด
ฉันอายุห่างกับน้องมาก ห่างกันแปดปี คนที่สอนตัวอักษรภาษาเกาหลีกับอังกฤษให้น้องก็คือฉัน ในยุคที่ไม่มีสมาร์ตโฟน เวลาเดินทางไกล ๆ ฉันจะซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่มแล้วบังคับให้น้องอ่าน พอมาคิดดูตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่าฉันต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ ตอนนี้ฉันรู้สึกเสียใจหน่อย ๆ น้องเป็นคนร่าเริง ชอบเล่นกีฬา และเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่นานมานี้น้องเพิ่งบอกฉันว่าเวลาที่พี่ให้หนังสือมา น้องไม่ได้อ่าน แต่แกล้งทำเป็นอ่าน ถ้าเป็นตอนนี้เวลานั่งรถไฟ เราก็คงพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยขณะชมวิวหรือไม่ก็ซื้ออาหารมากินกันแท้ ๆ ดูเหมือนว่าฉันจะบังคับให้น้องเป็นคนในแบบที่ฉันคาดหวัง การที่เด็กคนหนึ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องใช้การยอมรับและความเอาใจใส่จากคนรอบข้าง หากพวกผู้ใหญ่ละเลยหน้าที่ก็ควรจะวิจารณ์ได้ และต้องมีผู้ใหญ่คนอื่นที่คอยสอดส่องดูแลผู้ใหญ่พวกนั้นอีกทีด้วย ฉันคิดว่าสังคมคือคนที่เลี้ยงดูเด็ก

นอกจากนักเขียนฮันกังที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมยอดเยี่ยมแล้ว ข่าวเรื่อง คุณนายชิมเป็นฆาตกร (심여사는 킬러) ของคังจีย็องที่ได้เผยแพร่ในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และอื่นๆ กว่า 14 ประเทศได้สร้างพลังสดใหม่ในแวดวงวรรณกรรม
คุณนักเขียนฮันกังเป็นบุคคลที่ฉันชื่นชอบมาก ๆ ทุกปีเวลาไปสอนที่มหาวิทยาลัยก็จะให้นักศึกษาอ่านเรื่องสั้นของคุณฮันกัง มันทำให้รู้ว่าฉันมองไม่ผิดจริง ๆ ฉันเคยคิดว่าคนเสพวรรณกรรมเกาหลีก็มีแต่คนในประเทศ แต่ตอนนี้ฉันเห็นความเป็นไปได้ที่เรื่องราวและความอ่อนไหวของนักเขียนชาวเกาหลีจะแผ่ขยายไปถึงต่างประเทศ

เรื่องราวของผู้หญิงที่อยากนำเสนออีก
ตอนนี้ฉันมีผลงานใหม่ ชื่อเรื่องว่า มนุษย์ยิ่งกว่ามนุษย์ (인간보다 인간적인) เป็นเรื่องราวของเผ่าพันธุ์อื่นที่อยู่ในคราบมนุษย์ โดยมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงทั้งหมด ในผลงานใหม่นี้บรรยายถึงการรวมตัวกัน ความสามัคคี และการต่อสู้ในรูปแบบใหม่เหมือนกับที่เคยนำเสนอด้านครอบครัวต่างสายเลือดของแจอีกับโซย็อง โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่เข้มข้นขึ้นและคงจะสนุกมากขึ้น ฉันวางแผนว่าในอนาคตก็จะเขียนนวนิยายที่มีตัวละครหญิงแข็งแกร่งต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเหล่าแจอีในรุ่นถัดไปของฉัน
[ ถ้าได้เกิดใหม่ ขอฉันเป็นผู้ใหญ่สักครั้ง ].
เรื่องราวของ "ซงแจอี" เด็กหญิงผู้โชคร้ายที่เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์เพราะการละเลยของผู้ใหญ่ แต่เธอกลับได้โอกาสเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 6 ครั้ง ทว่าก็ยังไม่สามารถเติบโตเป็น “ผู้ใหญ่” ได้สักที ทุกชาติเต็มไปด้วยความผิดพลาด ความกลัว และการทดสอบที่โหดร้าย
จนกระทั่งการกลับชาติมาเกิดครั้งที่ 7 แจอีต้องหาคำตอบให้ได้ว่าแท้จริงแล้ว การ “โตเป็นผู้ใหญ่” หมายถึงอะไร และจะทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้น...จากวังวนแห่งความตายซ้ำซากนั้น นวนิยายเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวแฟนตาซีทะลุมิติ แต่ยังสะท้อนความสับสน ว้าวุ่น และความเจ็บปวดของ “ผู้ใหญ่มือใหม่” ทุกคนที่ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิต ทั้งการให้อภัย การรับผิดชอบ ความรัก และการเอาตัวรอดเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ
.
เขียน คังจีย็อง
แปล วิลาสินี ชวาลรติกุล
ภาพปก thani
บรรณาธิการต้นฉบับ สุชนา ชุณหะนันทน์
#พิเศษสั่งซื้อตรงกับสนพ 3 ช่องทาง (Web/Line/FB)
Website Nanmeebooks: https://bit.ly/42OD3WF
Facebook inbox: m.me/Lumi.pub
Line: @nanmeebooks หรือคลิก https://lin.ee/AyI5W6p

