หน้าหลัก/บทความ/ ข่าวสาร / ส่งพลังหนังสือสู่มือน้อง ๆ ที่ขาดแคลน และเผชิญอุทกภัยภาคใต้/
22 ตุลาคม 2026
0

ส่งพลังหนังสือสู่มือน้อง ๆ ที่ขาดแคลน และเผชิญอุทกภัยภาคใต้

favorite

        หากถามว่าการอ่านเปลี่ยนไปอย่างไร สำคัญอย่างไร แล้วการอ่านช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอย่างไรบ้าง วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้สัมภาษณ์ “คุณเจ คุณสุดใจ พรหมเกิด” ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริม วัฒนธรรมการอ่าน สสส. ที่จะไขทุกข้อสงสัย และสร้างธารน้ำใจส่งต่อพลังจากหนังสือมากมายสู่มือเด็ก ๆ ทั่วประเทศไทย


แนวโน้มการอ่านดีขึ้น แต่...

        สำหรับพี่เจแล้ว สำหรับทิศทางการอ่านของกลุ่มวัยรุ่น ถ้าเราดูจากการเก็บข้อมูลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมามีแนวโน้มว่าดีขึ้นนะ และเด็กวัยรุ่นก็หันกลับมาอ่านหนังสือเล่มมากขึ้น  อันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ
        แม้แต่ในกลุ่มเด็กเล็ก พี่เจคิดว่าด้านความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการใช้พลังการอ่านเพื่อพัฒนาศักยภาพสมองของมนุษย์ตั้งแต่ปฐมวัยมีแนวโน้มจากข้อมูลว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เราคาดหวังอย่างนั้นนะคะ แต่เอาเข้าจริง เวลาเราจัดเวิร์กช็อป จัดอบรม ครูหลายคนก็ยังสะท้อนว่าข้อมูลที่เราถ่ายทอดไปยังไม่รู้เรื่องเพียงพอ หรือไม่รู้เทคนิคที่จะนำไปใช้อย่างเข้มข้นแท้จริง  


เด็กกว่า 1.1 ล้านคนไม่มีหนังสือสักเล่มในบ้าน

        เพราะการส่งเสริมกลุ่มเด็กเล็กไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ แต่เป็นเรื่องของการอ่านแตก อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ได้ อ่านแล้วสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ ตรงจุดนี้คุณครูหลายเท่านยังมีความรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจ หรือไม่เคลียร์สักเท่าไรนัก เพราะครูเคยชินกับการอ่านไปเล่าไป บ้างไม่เคยเปิดพื้นที่ว่างทางความคิดให้กับเด็ก ๆ ในส่วนนี้ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ 

        และใหญ่กว่านั้นก็คือในระดับชาติ เรามองว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติที่เมื่อก่อนเคยช่วยเก็บข้อมูลสถิติให้เรา ปีแรก ๆ พี่เจมาทำงานก็พบว่า โอ้โฮ เด็กตั้ง 1.7 ล้านคนไม่มีหนังสืออยู่ในบ้านเลยค่ะ แล้วพอเวลาผ่านไปก็สถิติ เก็บ ๆ ๆ มาเรื่อย ๆ เราก็ดีใจที่ตัวเลขดีขึ้น ๆ จำนวนเด็กที่ไม่มีหนังสือในบ้านค่อย ๆ ลดน้อยลง แต่ตัวเลขข้อมูลจาก สสส. พบว่า 1.1 ล้านครัวเรือนที่ไม่หนังสือในบ้าน 

        จากสถิตินี้ก็เป็นตัวสะท้อนว่ามันยังไม่ครอบคลุม ทำไมเด็กเกิดปุ๊บเราถึงไม่ให้หนังสือเลยล่ะ  ปัจจุบันเด็กเกิดน้อย เรารู้ว่าหนังสือเนี่ยมันมีพลังเยอะมาก พัฒนามนุษย์ พัฒนาศักยภาพมนุษย์ หรือว่าพัฒนาให้เด็กคนหนึ่งเติบโตอย่างมีความเกื้อกูล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่เรายังปล่อยให้เด็กเป็นล้าน ๆ ครัวเรือนไม่มีหนังสือ ไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในบ้านได้อย่างไร 


สื่อที่เป็นหัวใจสำคัญควรมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก

        จากการที่มือถือมาเร็วมาก สื่อจอทุกประเภทถาโถมเข้ามากินอาณาจักรพื้นที่เวลาของเด็ก ๆ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ทีนี้เราอาจไหวตัวไม่ทันเรื่องนี้  

        เรามีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับชาติก็พยายามออกมารณรงค์ว่า เด็กก่อน 2 ขวบ ต้องไม่เน้นสื่อหน้าจอ ไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยหน้าจอเลย แต่พอเราออกไปสำรวจต่างจังหวัดก็เห็นมือถือ แท็บเลต นู่นนี่นั่น หรือแม้กระทั่งเปิดสื่อจอโทรทัศน์ให้เด็กดู ซึ่งหลายครั้งที่พ่อแม่อาจเปิดทิ้งไว้ไม่ได้ดู หรืออาจนั่งดูร่วมกับลูกก็ตาม แต่มันไม่เหมาะสมกับเด็กเล็ก  พ่อแม่ดูละครตบตีกัน อิจฉาริษยา ละครไทยเป็นอย่างนั้นเสมอมา ในช่วงเวลาที่พ่อแม่ดูละครกับลูกประเภทนี้มันให้อะไรกับเด็กเล็กหรือไม่ ก็ไม่ เพราะสื่อมีเดียที่เป็นหัวใจสำคัญต้องเป็นสื่อที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เพราะเด็กเริ่มซึมซับรับรู้ เรียนรู้ความเป็นมนุษย์จากคนที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด คนใกล้ตัวคิด ออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ในบ้านอย่างไร เด็กก็จะเติบโตแบบนั้น พี่เจคิดว่าเรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่เนอะ 



พื้นที่ฟื้นใจเด็กหลังวิกฤตภัยยังขาดแคลน

        หรือแม้กระทั่งการเกิดวิกฤตภัยที่ผ่านมา สังเกตดูนะคะ เราเกิดวิกฤตชายแดนในการปะทะกัน มีสงครามย่อย ๆ เกิดขึ้น มีคนบาดเจ็บล้มตาย เกิดการแตกตื่นหนีกระเจิดกระเจิงไปที่ศูนย์พักพิงหาดใหญ่ พัทลุง นครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนหลายคนไม่สามารถไปศูนย์พักพิงได้ 

        หรือมีศูนย์พักพิงแล้ว แต่น้อยพื้นที่มากเลยค่ะที่จะเปิดพื้นที่สัก 1 ตารางเมตรไว้ดูแลไว้เป็นพื้นที่สงบพักใจ เยียวยาหรือฟื้นพลังให้เด็กกลับมา 

        ทั้ง 2 วิกฤตภัยที่เกิดขึ้น เราไม่เคยมีการเตรียมรับมือ แล้วเวลาเกิดวิกฤตแบบนี้ นานาชาติก็พยายามทำให้เกิดศูนย์พักพิงที่ดูแลเด็ก ๆ ได้ เยียวยาใจเด็ก ๆ ได้ ของเรายังต้องเปิดทะลุหลังคาขึ้นไปตากฝุ่นตากแดดข้างบน รอคอยการช่วยเหลือ 


ยินดีที่มีคนนำไปใช้ "ปลูกกล้ากลางไฟ" คู่มือพักฟื้นใจเด็กจาก สสส.

สสส.-ภาคี ช่วยหลังน้ำท่วมจ.สงขลา ฟื้นฟูใจเด็กในศูนย์อพยพ ชูคู่มือ “ ปลูกกล้ากลางไฟ” ด้วยหลัก “4 ป.” เยียวยา-ป้องกันภาวะถดถอย -  ภาพโลโก้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

        แต่ในวิกฤตมันก็เริ่มมีมิติใหม่ ๆ ที่น่าสนใจนะคะ อย่างเช่นที่ศูนย์พักพิงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่เนี่ย กลุ่มแพทย์หลายคนหยิบชุดหนังสือคู่มือ “ปลูกกล้ากลางไฟ” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตที่ไม่สามารถควบคุมได้มาใช้ดูแลหัวใจของเด็ก ๆ ในภาวะวิกฤต  เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ค่ะ  เพราะหนังสือคู่มือนี้ช่วยนำทางให้พวกเราดูแลหัวใจของเด็ก ๆ ได้ 

        อยากให้ทุก ๆ วิกฤตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคำนึงถึงเด็ก ๆ  พื้นที่ปลอดภัยของเด็ก ๆ  จะสร้างพื้นที่พักพิงให้เด็กตรงไหน รวมไปถึงฟื้นใจและเยียวยาให้เด็ก ๆ ของเรา ซึ่งหนังสือหลากหลายเล่มมีบทบาทมาก และมันก็มีพลังอย่างมากด้วย ยิ่งถ้าเราเอาหนังสือเนี่ยผนวกกิจกรรมการเล่นให้สอดคล้องกับช่วงวัยของเด็ก มันยิ่งเสริมพลังกันและกัน  ปัญหาคือทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงทุกผู้ทุกคนได้ อันนี้เป็นสิ่งที่พี่เจคาดหวัง และหวังว่าเครือข่ายองค์กรด้านเด็กจะผนึกพลังกัน 


ร่วมบริจาคหนังสือ ส่งต่อพลังแห่งนิทาน

        และต้องขอบคุณ “เทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็ก กรุงเทพฯ 2568” ด้วยนะคะ ที่เปิดพื้นที่จัดนิทรรศการเป็นพื้นที่สร้างพลังใจ  แล้วตอนนี้ถ้าใครมาชมงานของเรา อย่าลืมติดไม้ติดมือเอาหนังสือน่ารัก ๆ หนังสือที่คุณรัก มอบให้กับเมืองที่คุณรักด้วยนะคะ หรือไม่ก็มอบให้เพื่อปลอบประโลมหัวใจน้องน้อยของเราที่อยู่ในพื้นที่วิกฤต ซึ่งคงต้องอาศัยการเยียวยาที่ยาวนานมากในช่วงนี้

        พี่เจฟังจาก “รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช” ประธานศูนย์วิจัยและจัดการความรู้วัฒนธรรมการอ่านเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยภาคกลาง ผู้เขียน “ปลูกกล้ากลางไฟ” ท่านพูดว่าจนถึงตอนนี้เด็กบางคนได้ยินเสียงฝนตกลงบนหลังคาแรงหน่อยก็เกิดอาการหวาดผวาแล้ว หวาดกลัวแล้ว เด็กมีภาพจำที่เขาคิดไปได้แล้วว่าเขาเจอเหตุการณ์แบบไหน เห็นภาพการหนีหัวซุกหัวซุนกับพ่อแม่ จากชั้นที่หนึ่งไปชั้นที่สอง จนทะลุหลังคา มันเป็นภาพที่บาดใจเรามากนะคะ 

        หรือสำหรับเด็กบางคนไม่ใช่แค่เสียงฝนตก แค่ฟ้ามืดสลัวหน่อยเดียวก็เข้าไปซุกในอ้อมกอดพ่อแม่แล้ว มันหมายถึงว่าภาพแบบนี้อาจทำให้เด็กเกิดอาการซึมเศร้าเรื้อรังไปอีกนานหากเราไม่ช่วยเยี่ยวยา  เพราะฉะนั้นพลังภายในหนังสือที่นำไปสู่การเร่งอิสระ หรือเป็นพื้นที่พักใจให้ครอบครัวได้พูดคุยกัน ได้ปลอบประโลมกัน น่าจะช่วยให้เด็ก ๆ ของเราได้ผ่อนหนักเป็นเบาจากตรงนี้ได้


"ผู้ใหญ่" คือผู้ส่งต่อพลังจากหนังสือสู่เด็ก

        จริง ๆ เวลาเราพูดถึงผู้ใหญ่ มันต้องแยกเลเยอร์ว่าเป็นผู้ใหญ่ระดับไหน ถ้าผู้ใหญ่ฝ่ายกลไกและนโยบายเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่เด็กทุกคนจะต้องได้รับหนังสือฟรี ต่อให้ยากเย็นแค่ไหนเด็กต้องมีหนังสือในบ้านอย่างน้อย 3-5 เล่ม ตามบันทึกข้อตกลงที่ประเทศไทยบันทึกไว้กับองค์การยูนิเซฟ (United Nations Children's Fund) คุณไปรับรององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ว่าคุณจะทำเรื่องโลกที่แวดล้อมและเหมาะสมสำหรับเด็ก ปฏิญาณว่า “ A WORLD FIT FOR CHILDREN” เนี่ย คุณทำได้แค่ไหนแล้ว คุณปล่อยให้เด็กล้านกว่าครัวเรือนไม่มีหนังสือได้อย่างไร 

        ส่วนที่ 2 ถ้าเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้ว่าหนังสือมีพลังแบบไหน คุณจะใช้พลังจากหนังสือพัฒนาลูกของคุณได้อย่างไร อันนี้ต้องขวนขวาย 

        ส่วนที่ 3 คือชุมชน แวดล้อมเด็ก ชุมชนที่ว่านี้นับตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้อำนวยการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร(อสส.) แกนนำชุมชน ครูศูนย์เด็กเล็ก ครูอนุบาล บุคคลเหล่านี้ที่เป็นนิเวศแวดล้อมเด็กที่สำคัญจะต้องค่อย ๆ สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้มันเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของทุกคน เด็กเป็นทรัพสมบัติของชาติ ของโลก พวกเราทุกคนต้องมีส่วนช่วยกัน


---------------------------------------------------------------------------------------

มาส่งพลังของหนังสือนิทาน ไปให้เด็ก ๆ ที่ภาคใต้กันเถอะ

.

        เทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็ก กรุงเทพฯ ร่วมกับ แผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ชวนทุกคนส่งต่อพลังของความรักและกำลังใจ ผ่านหนังสือนิทานภาพ ของเล่น และตุ๊กตานุ่มๆ ชวนอบอุ่น เพื่อมอบให้เด็กๆ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ ที่จะทำหน้าที่สร้าง ”พื้นที่อ่านอุ่นใจ” เพื่อพาหนังสือภาพไปมอบพลังใจให้กับเด็กๆ 

.

❇️สิ่งที่รับบริจาค

- หนังสือนิทานภาพสภาพดี เล่มที่เลือกเพราะอยากส่งต่อพลังมหัศจรรย์ในหนังสือเล่มนั้นให้กับเพื่อนผู้ประสบภัย 

- ของเล่นสภาพดี 

- ตุ๊กตานุ่มนิ่ม สภาพดี และสะอาด 

.

นำมามอบให้ได้ที่ 

เทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็ก กรุงเทพฯ 2568 

ห้อง Gallery ชั้น 1 อาคารศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) 

ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ทุกวันอังคาร - อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.30 - 19.00 น.
--------------------------------------------------------------------------------------------

มอบอนาคต มอบหนังสือ - ร่วมส่งแรงใจช่วยอุทกภัยภาคใต้
โครงการจากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

        “ท่ามกลางรอยน้ำที่ทิ้งไว้… โรงเรียนหาดใหญ่กำลังฟื้นตัวอีกครั้ง
ขอเพียงแรงใจหนึ่งจากคุณ ก็ช่วยต่อเติมวันใหม่ที่งดงามให้เด็ก ๆ ได้”

นานมีบุ๊คส์ร่วมสมทบความตั้งใจและกำลังใจของทุกท่าน
ขอเสนอโปรเจกต์ชวนนักอ่านสมทบเงินบริจาคหนังสือให้เด็กที่ขาดแคลน
นอกจากได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่าแล้ว

❗
หากคุณซื้อหนังสือบริจาคเท่าไร “นานมีบุ๊คส์” สบทบเพิ่มอีก 1 เท่า❗
.
💡 สะดวกสบายเพียง 3 ขั้นตอน
1️⃣ กำหนดงบประมาณที่คุณสะดวก
2️⃣ เลือกหนังสือ (หรือให้ทีมงานเราช่วยจัดชุดให้)
3️⃣ รับใบรับบริจาค / e-Donation ใช้ลดหย่อนภาษีได้ทันที 2เท่า*!!

.
📆 
วันนี้ - 26 ธ.ค. เท่านั้น!
ก่อนหมดเวลาใช้สิทธิ์ มาร่วมทำบุญและส่งต่อความสุขให้เยาวชนไทยกันนะคะ
.
📞 ติดต่อ
คุณลลิฉัตร์ 085-111-3633 | คุณราตรี 066-125-2743
☎️ 02-662-3000 ต่อ 4812
📧 ebiz7@nanmeebooks.com
หรือ 📧 ebiz5@nanmeebooks.com
📱 Line : nmb1236 (หรือคลิก👉 
https://line.me/ti/p/_EEm1929oN
 )

avatar - Writer | นานมีบุ๊คส์
Writer
นานมีบุ๊คส์
เราเชื่อว่า “หนังสือสร้างตัวตน” เราคัดเลือกหนังสือคุณภาพดีอย่างตั้งใจจากทั่วโลก ไม่ว่าจะแปลจากภาษาอังกฤษ เยอรมัน โปแลนด์ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สเปน ฝรั่งเศส สวีเดน และ ประเทศไทย
ลูกค้าสัมพันธ์
การช่วยเหลือ
บริการต่างๆ
เกี่ยวกับเรา
เลขที่ 11 ซอยสวัสดี ซอย สุขุมวิท 31
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10110

ตรวจสอบสถานะการจัดส่ง
ติดตามเราได้ที่
ช่องทางการชำระเงิน
  • Mastercard
  • Visa
© 2026 nanmeebooks.com All Right Reserved.