หนังสือของคุณคาซาอิ มาริ

สวัสดีค่ะ คุณคาซาอิ มาริ ขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเราได้สัมภาษณ์พูดคุยกันนะคะ
: ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อคาซาอิ มาริค่ะ ทำงานเป็นนักเขียนหนังสือนิทานภาพและวรรณกรรมสำหรับเด็กค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ กับการมาประเทศไทยครั้งแรก
: ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “สยามเมืองยิ้ม” และผู้คนก็ถูกพูดถึงว่าใจดีมาก ๆ ซึ่งเป็นแบบนั้นจริงค่ะ
แม้ว่าดิฉันจะมาได้แค่ไม่กี่วัน แต่ก็รู้สึกว่าทุกคนใจดีมาก เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ
ด้วยความที่คุณมาริทำงานกับหนังสือภาพมานาน ตามความคิดของคุณมาริแล้ว หนังสือนิทานภาพมีความสำคัญต่อเด็ก ๆ
ในด้านใดบ้างคะ
: หนังสือนิทานภาพนั้นจะประกอบด้วยข้อความสั้น ๆ และภาพวาดค่ะ ด้วยความที่ภาพวาดสามารถแสดงรายละเอียด
ที่ไม่ได้ระบุไว้ในตัวอักษรได้ทั้งหมด ทำให้เนื้อหาซึมซับเข้าสู่จิตใจของเด็กได้เร็วกว่าเรื่องเล่าขนาดยาวทั่วไปมาก
มันเหมือนกับเนื้อเรื่องที่พุ่งตรงเข้ามา "ปึ้ง!" ทำให้เด็ก ๆ เข้าถึง และรู้สึกร่วมได้ง่าย หนังสือนิทานภาพจึงมีรูปแบบ
ที่ช่วย ให้เด็ก ๆ เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เห็นได้อย่างง่ายดาย ว่า "อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง" ด้วยเหตุผลนี้แหละค่ะ
วงการนิทานญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้างคะ มีนักวาดเยอะไหม
: ดิฉันคิดว่าจำนวนนักเขียนน่าจะน้อยกว่านะคะ เพราะจากจำนวนคนที่ทำงานเป็นมืออาชีพจริง ๆ นั้น นักวาดภาพประกอบ
ที่วาดรูปในหนังสือนิทานภาพมีมากกว่านักเขียนเป็นหลายเท่าตัวเลยค่ะ
ดังนั้น ดิฉันจึงรู้สึกว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมปัจจุบันของญี่ปุ่นมันค่อนข้างยากนะคะ
เด็กญี่ปุ่นชอบฟังนิทานกันรึเปล่า
: แม้ว่าเด็ก ๆ จะจดจ่ออยู่กับสื่อต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ทั้งโซเชียลมีเดีย ยูทูบ หรือวิดีโอ แต่พอถึงเวลาที่จะอ่านนิทานภาพให้ฟัง
พวกเขาก็จะแยกแยะและตั้งใจอยู่กับกิจกรรมนั้นอย่างจริงจังค่ะ
ดิฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะสนุกและมีความสุขไปกับการฟังนิทานอย่างเต็มที่เลยค่ะ
คิดว่าทำไมผู้ปกครองยังควรอ่านหนังสือให้เด็กฟังคะ และมันสำคัญอย่างไร 
: การที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ ไม่ว่าพ่อแม่จะอ่านด้วยวิธีการแบบไหนก็ตามนั่นไม่ใช่เรื่อง
สำคัญเลย ดิฉันคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาอันมีค่าที่เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงความไว้วางใจจากพ่อแม่ได้อย่างลึกซึ้งค่ะ
ก่อนจะเขียนนิทาน 1 เรื่อง คุณมาริจะไปหาแรงบันดาลใจหรือหัวข้อที่อยากเล่าจากที่ไหนคะ
: ในชีวิตประจำวันมีเรื่องราวมากมายเลยค่ะ และแต่ละเรื่องก็มาพร้อมกับอารมณ์ความรู้สึกเสมอ ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ
ดิฉันจะตัดเอาส่วนหนึ่งของอารมณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นมา แล้วคิดว่า… "อ๊ะ! นี่น่าจะทำเป็นนิทานภาพได้นะ"
และจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์นิทานภาพจากตรงนั้นค่ะ
ชอบผลงานตัวเองเล่มไหนมากที่สุด เพราะอะไรคะ
: จริง ๆ หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กเล็กทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่ดิฉันชอบที่สุดค่ะ แต่
เรื่องที่ชอบมาก ๆ ชื่อเรื่องว่า “อยู่ด้วยกันเสมอ (Itsumo Issho)” ค่ะ
เป็นเรื่องที่สัตว์ต่าง ๆ เช่น หมี กระต่าย หนูนำสิ่งของที่สำคัญที่สุดของตัวเองมานอนด้วยกันค่ะเหตุผลที่ชอบเรื่องนี้คือ เด็ก ๆ มักจะมีของสำคัญที่แม้จะสกปรก หรือผ้าห่มเน่าที่หวงแหนมาก แต่เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรากลับกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
ไม่ใช่สิ่งของภายนอกแทนค่ะ เช่น การหวนคิดถึงทิวทัศน์เก่า ๆ ในวัยเด็ก คำพูดดี ๆ ของใครบางคน หรือข้อความบางตอนในหนังสือ
สิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้เหล่านี้แหละค่ะที่กลายมาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันพัฒนามาจากผ้าห่มผืนสำคัญ
หรือตุ๊กตาสกปรกในวัยเด็ก
การที่สิ่งสำคัญในใจค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นกระบวนการทางธรรมชาติและยอดเยี่ยมมากค่ะ
ดังนั้น ดิฉันจึงชอบหนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งหมายถึงการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น และชอบเรื่อง “อยู่ด้วยกันเสมอ” ค่ะ
สไตล์การวาดของคุณมาริส่วนใหญ่เป็นสีน้ำ ทำไมถึงชอบสีน้ำคะ มันมีเสน่ห์อย่างไร
: ที่ดิฉันยังคงใช้สีน้ำโปร่งใสก็เพราะว่าภาพที่ออกมาจะไม่ดูหนักเกินไป และมีความโปร่งใส
ถึงแม้ว่าถ้าลงสีพลาดทีนึงแล้วจะต้องวาดใหม่ทั้งหมด ก็เลยอาจจะยุ่งยากอยู่บ้าง แต่ความโปร่งใสและ
การไล่เฉดสีนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสีน้ำโปร่งใสค่ะ
เห็นว่าหนังสือ 2 เล่มนี้ (1 วันสุดพิเศษ+วันที่แสนมหัศจรรย์) ก็เป็นสีน้ำด้วย และมีเทคนิค Interactive เยอะแยะเลย
ทำไมถึงอยากทำหนังสือที่มีเทคนิคแบบนี้คะ 
: ที่จริงดิฉันไม่ได้คิดจะนำเทคนิคแบบนี้มาใช้เลยค่ะแต่คุณอิโตที่เป็นบรรณาธิการเป็นคนเสนอไอเดียนี้ให้ค่ะ
แล้วขั้นตอนไหนที่รู้สึกว่าทำยากบ้างไหมคะ
: ขั้นตอนการทำภาพร่างค่ะ ขั้นตอนการร่างแบบนั้นยากที่สุดสำหรับดิฉันค่ะ เพราะต้องลงรายละเอียด
และภาพที่วาดก็ต้องเป็นขนาดจริง ดังนั้นการวาดจานเล็ก ๆ หรือดอกไม้เล็ก ๆ ให้มีขนาดเล็กเท่าของจริงจึงเป็นเรื่องที่ยากมากค่ะ
แล้วคิดว่าหนังสือ Interactive ดีอย่างไรกับเด็กคะ
: ดิฉันคิดว่าการที่เด็กพบเจอกับนิทานภาพที่มีลูกเล่นพิเศษ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและดีใจกว่าการไม่ได้เจอกับอะไรเลย
และมันนำไปสู่สร้างเสริมจินตนาการที่ว่า "ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นนะ" ค่ะ
2 เล่มนี้น่าจะเป็นหนังสือที่รายละเอียดเยอะที่สุดเลย สนุกไหมคะ
: มันเป็นหนังสือนิทานภาพที่ดิฉันอยากวาดและอยากสร้างสรรค์ขึ้นมาค่ะเลยวาดขึ้นมาด้วยความรู้สึกสนุกสนานอย่างมากค่ะ
แล้วผลตอบรับของหนังสือ 2 เล่มนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ
: ความคิดเห็นหลังการอ่านทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่คือ พวกเขาสามารถใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับภาพวาดทีละหน้า ๆ
ซึ่งดิฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ
แล้วทำไม 2 เล่มนี้ถึงเลือกตัวละครหลักเป็น “หนู” คะ

: ส่วนตัวดิฉันชอบบ้านตุ๊กตาขนาดเล็กค่ะ เลยอยากวาดบ้านตุ๊กตาเล็ก ๆ สักหลัง และสัตว์ที่นึกออกว่าจะมาอาศัยอยู่ในนั้นก็มีแต่
หนูเท่านั้นค่ะ และดิฉันไม่ชอบแมลง เลยคิดว่าหนูเหมาะสมที่สุด และเนื่องจากหนูนาเป็นหนูที่เล็กที่สุด ดิฉันจึงเลือกใช้หนูนาค่ะ
ก่อนหน้านี้ได้แวะเวียนไปทำกิจกรรมที่โรงเรียน ได้ไปเล่านิทานเรื่องนี้ด้วย รู้สึกอย่างไรบ้างคะ
แล้วที่ญี่ปุ่นมีกิจกรรมแบบนี้เยอะไหมคะ

: ปีนี้ดิฉันไปโรงเรียนประถมในญี่ปุ่นมา 6 แห่ง เป็นโรงเรียนที่แบ่งนักเรียนเป็นประถมศึกษาตอนต้นและประถมศึกษาตอนปลาย
โดยทำกิจกรรม 2 ครั้งสำหรับแต่ละกลุ่ม รวมทั้งหมด 6 โรงเรียนแต่การมาประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งได้ไปโรงเรียนประถม 3 แห่ง
ก็ทำให้รู้สึกจริง ๆ ว่าเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ นั้นเหมือนกันทั่วโลกค่ะ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเด็ก ดิฉันเองก็รู้สึกมีความสุขมาก
นอกจากนี้ ดิฉันรู้สึกได้ทันทีว่าเด็ก ๆ ในประเทศไทยมีพลังเหลือล้นมากค่ะ
ฝากอะไรถึงน้อง ๆ หนู ๆ ชาวไทยหน่อยได้ไหมคะ 
: ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มพูนจินตนาการค่ะ ตลอดหลายสิบปีที่เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เราต้องเลือกว่าจะไปทางไหน
จะไปขวาหรือซ้าย จะเลือกอันนี้หรืออันนั้น ทุกเรื่องล้วนเป็นการเลือกและการตัดสินใจค่ะ
ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกเช่นนี้ เด็กที่อ่านนิทานภาพและมีจินตนาการเต็มเปี่ยม ย่อมมีความได้เปรียบอย่างมาก
เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้อ่านอะไรเลย ดิฉันรู้สึกและอยากให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องนี้ค่ะ
สปอยล์นิทานเรื่องต่อไปได้ไหมคะว่าจะเขียนเรื่องไหนแนวไหน
: การเขียนถึงความรู้สึกที่แกว่งไกวในใจ ความรู้สึกหลากหลายในจิตใจ เป็นสิ่งที่ดิฉันต้องการเขียนต่อไปไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ
และหวังว่าจะยังคงเขียนต่อไป และสร้างสรรค์ผลงานที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ค่ะ
—---------------------------------
ขอบคุณคุณคาซาอิ มาริ เป็นอย่างยิ่งที่มอบโอกาสให้เราได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวหนังสือภาพแสนวิเศษ
ซึ่งหนังสือของคุณมาริ มีรายละเอียดมากมายให้เด็กสนุกและรู้จักสังเกต จดจำ จำแนก
และติดตามตัวละครที่ชื่นชอบในแต่ละหน้า
ขอฝาก 1 วันสุดพิเศษ และ วันที่แสนมหัศจรรย์ ผลงานของคุณคาซาอิ มาริ ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ
สั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือ และร้านหนังสือออนไลน์ทั่วประเทศ
